นั่นคือรูปปั้นเทพมารหรือ?
จิ่วจิ่วจ้องเทวรูปบนแท่นบูชาเขม็ง
เทวรูปองค์นี้แตกต่างจากองค์อื่นโดยสิ้นเชิง
เทวรูปองค์อื่นบ้างก็เปี่ยมเมตตาเห็นใจสรรพชีวิต บ้างก็มีสีหน้าอ่อนโยน
ทว่าเทวรูปองค์นี้กลับแผ่กลิ่นอายเย็นเยียบและพิกลชวนขนลุกไปทั่วทั้งองค์
เพียงมองแวบเดียว จิ่วจิ่วก็ฟันธงได้ว่านี่คือรูปปั้นเทพมาร
“เทวรูปองค์นี้...” จิ่วจิ่วก้าวเข้าไป ยื่นมือหมายจะแตะรูปปั้นเทพมาร
ยังไม่ทันได้แตะต้อง เงาร่างหนึ่งก็พุ่งออกมาจากใต้แท่นบูชา ผลักนางอย่างแรง
จิ่วจิ่วถูกผลักโดยไม่ทันตั้งตัว เกือบหงายหลังล้มลง
ที่ทำให้นางคาดไม่ถึงยิ่งกว่าคือ เงาร่างนั้นอุ้มรูปปั้นเทพมารแล้ววิ่งหนีออกไป
“หยุดนะ!”
จิ่วจิ่วออกวิ่งไล่ตามทันที
“จิ่วจิ่ว เจ้าจะไป...” ไป๋เสี่ยวหนิงเองก็จะตามไป แต่กลับถูกฝูเป่าขวางไว้
“ท่านน้าหนิงสุขภาพไม่ดี หากตามไปแล้วเกิดเรื่องขึ้นจะทำอย่างไร? วางใจเถิด ข้าจะให้คนตามไปดู” ฝูเป่ากล่าวจบก็สั่งให้คนตามไป
ทั้งยังเสแสร้งกำชับอีกสองประโยค “จงคุ้มครองจวิ้นจู่หย่งอานให้ดี”
เมื่อคนจากไป แววเย้ยหยันก็วาบผ่านดวงตาฝูเป่า
นางระแวดระวังจิ่วจิ่ว แล้วจะไม่เตรียมแผนสำรองไว้ได้อย่างไร?
เพียงแต่เหตุใดคนผู้นั้นจึงไม่ทำตามที่นางสั่ง ไม่หาข้ออ้างไล่จิ่วจิ่วและคนอื่นๆ ไปเสีย กลับอุ้มเทวรูปหนีไปแทน?
ฝูเป่ายังคงฉงนใจอยู่ทางนี้
ส่วนจิ่วจิ่วไล่ตามคนที่อุ้มเทวรูปหนีไปได้แล้ว
กล่าวให้ถูกคือ คนผู้นั้นหยุดวิ่งเสียก่อน
“จวิ้นจู่น้อย ข้าแสดงได้ดีหรือไม่?” กู่เส้าจิ้งยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว ท่าทางราวกับสุนัขตัวใหญ่ที่กำลังรอคำชม
