“แต่งงาน?”
“กับนาง?”
“หึ”
สามประโยคติดกัน
ทุกประโยคล้วนเอ่ยออกมาพร้อมกันจากปากเจียงเจวี๋ยกับคุณหนูโจว
ไม่ว่าจะน้ำเสียง เนื้อหา หรือสีหน้า ล้วนเหมือนกันทุกประการ
หลังพูดจบ ไม่เพียงจิ่วจิ่ว แม้แต่เจียงเจวี๋ยกับคุณหนูโจว ผู้เป็นคู่กรณีเองก็ยังตะลึงงัน
“เจ้าลอกเลียนแบบข้าหรือ?”
ทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมกันอีกประโยค ราวกับนัดหมายกันไว้
เจียงเจวี๋ยกับคุณหนูโจวสบตากัน ก่อนจะถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างแรง
จากนั้นก็ปิดปากพร้อมกันราวกับใจตรงกัน แล้วหันหน้าหนี
“ยิ่งเหมาะสมกันเข้าไปใหญ่” จิ่วจิ่วยิ้มอย่างผู้ใหญ่ที่เอ็นดูคู่รัก
เจียงเจวี๋ยยื่นมือมาจิ้มจิ่วจิ่วเบา ๆ แล้วกระซิบว่า “องค์หญิงน้อย นี่เจ้า...กินยาผิดขนานมาหรือ?”
ครั้นพูดถึงประโยคสุดท้าย เจียงเจวี๋ยก็ยกมือแตะขมับตนเอง ความหมายชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ย
จิ่วจิ่วถลึงตาใส่เขา “โง่ให้ตายไปเสียเถอะ สมควรแล้วที่ต้องครองตัวเป็นโสดไปชั่วชีวิต!”
“ข้า...ต้องครองตัวเป็นโสดหรือ?” เจียงเจวี๋ยชี้จมูกตนเอง ราวกับได้ยินเรื่องน่าขันที่สุดในใต้หล้า
“เจ้าทึ่ม ถอยห่างจากข้าไปเลย ข้ากลัวจะติดความโง่ของเจ้า” จิ่วจิ่วถลึงตาใส่เจียงเจวี๋ยด้วยสีหน้ารังเกียจ
จากนั้นนางก็ย่างเท้าเล็ก ๆ ไปหยุดข้างคุณหนูโจว
นางชี้ไปทางเจียงเจวี๋ยแล้วกล่าวว่า “พี่สาวคนงาม ท่านคิดว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง? แม้บางครั้งจะโง่ไปสักหน่อย แต่หน้าตาดีนะ!”
“พี่สาวคนงาม ท่านลองพิจารณาแต่งกับเขาเป็นฮองเฮาแห่งแคว้นเชียงดีหรือไม่?”
คำพูดของจิ่วจิ่วทำให้คุณหนูโจวตะลึงแล้วตะลึงอีก
เมื่อได้ยินจิ่วจิ่วถามว่าอยากแต่งกับเจียงเจวี๋ยเพื่อเป็นฮองเฮาในอนาคตของแคว้นเชียงหรือไม่ คุณหนูโจวก็รีบยกมือปิดปากนาง
