“จวิ้นจู่น้อยนี่...” แววไม่พอใจวูบผ่านหว่างคิ้วของฮูหยินผู้เฒ่าลั่ว ทว่าสีหน้ายังคงเปี่ยมเมตตา นางเอ่ยถามจิ่วจิ่ว
ปี่สั่วน่าในมือจิ่วจิ่วหมุนวนสองรอบ นางยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยวแล้วกล่าวว่า “ข้าจะบรรเลงเพลงหนึ่งให้ฮูหยินผู้เฒ่าลั่ว ขออวยพรให้ท่านสุขภาพแข็งแรง อายุยืนถึงร้อยปี”
กล่าวจบ นางก็ไม่รอให้ฮูหยินผู้เฒ่าลั่วอนุญาต ยกปี่สั่วน่าขึ้นจ่อริมฝีปากแล้วเริ่มเป่า
ทันทีที่เสียงปี่สั่วน่าดังขึ้น ผู้คนในที่นั้นก็ราวกับถูกฟ้าผ่า รูม่านตาพร่ามัว ร่างกายแข็งทื่อไปทั้งตัว
ไพเราะ... ไพเราะเสียที่ไหนกัน!
เสียงปีศาจกรีดหูจากที่ใดกันนี่?
น่าหวาดกลัวยิ่งนัก!
สีหน้าของทุกคนค่อย ๆ บิดเบี้ยว
บางคนยกมือขึ้นปิดหู
บางคนย่อตัวลงกับพื้น สีหน้าตื่นตระหนก
ถึงขั้นมีคนลงไปนอนกลิ้งเกลือก กุมศีรษะอยู่บนพื้น
งานเลี้ยงวันเกิดที่กำลังดำเนินไปด้วยดี กลับกลายเป็นเรื่องประหลาดวุ่นวายเพราะเพลงปี่สั่วน่าของจิ่วจิ่ว
ฮูหยินผู้เฒ่าลั่วไม่อาจรักษารอยยิ้มเมตตาไว้ได้อีกต่อไป แววตาที่มองจิ่วจิ่วเย็นชาและเดือดดาล
ผู้ที่ไม่รู้สึกประหลาดใจที่สุดคือฝูเป่า
นางมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ราวกับรู้อยู่ก่อนแล้วว่าจะเกิดผลเช่นนี้
ส่วนจิ่วจิ่วผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราว ยังคงดื่มด่ำกับการบรรเลงของตน
นางเป่าไปพลางโยกศีรษะไปพลาง เคลิบเคลิ้มราวกับหลงอยู่ในเสียงเพลง
เมื่อเพลงจบลง นางก็ยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว พลางถามฮูหยินผู้เฒ่าลั่วว่า “ฮูหยินผู้เฒ่า ของขวัญอวยพรของข้า ท่านพอใจหรือไม่?”
“พอใจยิ่ง จวิ้นจู่น้อยอายุยังเยาว์วัยกลับมีฝีมือถึงเพียงนี้ ช่างหาได้ยากนัก” ฮูหยินผู้เฒ่าลั่วฝืนยิ้มอย่างเก้อกระดาก พลางเอ่ยอย่างสุภาพ
