เมื่อการประมูลเริ่มขึ้น ผู้คนจากทั่วสารทิศต่างพากันเสนอราคาแข่งกัน
การประมูลดำเนินมาถึงช่วงดุเดือด
ผู้คนจากแต่ละฝ่ายต่างประชันกันอย่างดุเดือด เสนอราคาเพิ่มขึ้นไม่หยุด ต่างหมายตาเห็ดหลินจือเนื้อเป็นมั่นเหมาะ
“เสนอราคา!”
จิ่วจิ่วยื่นมือไปสะกิดเจียงเจวี๋ยที่กำลังชมเรื่องสนุก พลางเอ่ยเตือนเสียงเบา
เจียงเจวี๋ยมองนางอย่างฉงน “เจ้าไม่ใช่บอกหรือว่าสรรพคุณของสิ่งนี้เป็นของปลอม ข้าจะประมูลกลับไปทำไม?”
“เจ้าโง่หรือไร? ในเมื่อเจ้ามาแล้ว แต่ไม่ทำอะไรเลย มิเท่ากับบอกผู้อื่นโต้ง ๆ หรอกหรือว่าเจ้ามีพิรุธ”
จิ่วจิ่วกลอกตา พลางคิดว่าเหตุใดคนรอบกายนางจึงมีแต่พวกสมองทึ่มเช่นนี้
เจียงเจวี๋ยยังไม่ทันได้คิดตาม “ผู้อื่นก็ไม่รู้เสียหน่อยว่าข้ามางานประมูลของหอหมื่นสมบัติ”
“ต่อหน้าข้ายังเสแสร้งอีก เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะบิดหัวเจ้าออกมาแล้วมัดไว้กับก้นเจ้า!” จิ่วจิ่วทำท่าบิดหัว ทั้งยังส่งเสียงกร๊อบแกร๊บประกอบ
เจียงเจวี๋ยตกใจจนหดคอโดยไม่รู้ตัว
เขารีบยิ้มประจบ “อย่าเลย องค์หญิงน้อย ข้าผิดไปแล้ว นี่เป็นปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณ มิได้เสแสร้งเป็นคนโง่”
“หึ ๆ” จิ่วจิ่วกลอกตา ขี้เกียจจะถือสาคนโง่
เจียงเจวี๋ยรีบเสนอราคา เข้าร่วมประมูลเห็ดหลินจือเนื้อ
ราคาประมูลเห็ดหลินจือเนื้อพุ่งสูงขึ้นไม่หยุด จนบัดนี้แตะระดับทองคำหมื่นตำลึงแล้ว
เจียงเจวี๋ยกะจังหวะ แสร้งทำท่ากลัดกลุ้มราวกับไร้เงินจนไม่อาจประมูลต่อได้
ท้ายที่สุด เห็ดหลินจือเนื้อก็ถูกผู้หนึ่งประมูลไปด้วยราคาสูงลิบถึงทองคำแสนตำลึง
