“เจ้าพูดเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร ช่างไม่สมกับเป็นบิดาคนเลย”
เซียวหยวนมองใบหน้าอันบิดเบี้ยวของจ้าวเหริน พลางขมวดคิ้วเอ่ย
จ้าวเหรินหันมามองเซียวหยวนแล้วแค่นเสียงเย็นชา “เจ้าเป็นตัวอะไร ถึงกล้ามาสั่งสอนข้า รู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร จงคุกเข่าโขกศีรษะให้ข้าสามครั้งเดี๋ยวนี้ แล้วข้าจะยกโทษให้ มิฉะนั้น หึ! ข้ามีวิธีมากมายที่จะทำให้คนทั้งครอบครัวของเจ้าตายอย่างทรมาน”
“จริงหรือ?” ดวงตาเซียวหยวนพลันสว่างวาบ
“แค่ก ๆ…อย่าลืมฐานะของตน” เจียงเผยจวินกระแอมเบา ๆ สองครั้ง เตือนให้เซียวหยวนระวังฐานะของตน
เขาเป็นถึงองค์ชาย แม้มิได้เป็นที่โปรดปราน แต่ก็มีถ้อยคำบางอย่างที่กล่าวส่งเดชไม่ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้ามทำให้จวิ้นจู่น้อยกับตำหนักบูรพาต้องพลอยเดือดร้อน
เซียวหยวนเองก็ตระหนักว่าตนดีใจเร็วเกินไป แววผิดหวังพาดผ่านดวงตา
“เฮ้อ!” เซียวหยวนถอนหายใจ
เขาหวังเหลือเกินว่าเสด็จพี่ไท่จื่อจะขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้โดยเร็ว ถึงยามนั้นเขาจะได้ขอตำแหน่งอ๋องผู้รักสันโดษจากเสด็จพี่ แล้วออกเที่ยวไปทั่ว
จ้าวเหรินกลับคิดว่าเซียวหยวนถอนหายใจเพราะหวาดกลัว จึงยังคงตะโกนข่มขู่ “ไอ้หนู ยังไม่รีบคุกเข่าโขกศีรษะอีกหรือ อยากตายนักหรือไร?”
เซียวหยวนยังไม่ทันเอ่ยสิ่งใด เจ้าก้อนแป้งอ้วนก็ทนไม่ไหวเสียก่อน
ไม่รู้ว่าเขาควานอิฐครึ่งก้อนออกมาจากที่ใด ก่อนจะฟาดใส่ศีรษะจ้าวเหรินเต็มแรง
จ้าวเหรินถูกฟาดจนหัวแตกเลือดอาบ ถึงกับมึนงงไปทันที
ผ่านไปครู่ใหญ่จึงได้สติ แล้วตะโกนลั่นด้วยความโกรธ “เจ้ากล้าตีข้าหรือ ข้าจะฆ่าเจ้าให้ตาย อ๊ากกก…”
“ลูกเนรคุณ! จงไปขอร้องคุณชายแห่งจวนจิ่งชินอ๋องให้ปล่อยข้าออกไปเดี๋ยวนี้ ข้าจะฆ่าไอ้เด็กสารเลวพวกนี้ให้หมด อ๊ากกก…”
