สิบห้าวันต่อมา ณ แคว้นเชียง
ขบวนพ่อค้าพร้อมรถม้ากว่าสิบคันจอดอยู่ด้านนอกโรงเตี๊ยม
หลังรถม้าจอดสนิท ร่างเล็ก ๆ ก็โผลงมาจากรถม้าอย่างกระโดดโลดเต้น
“โอ๊ย ในที่สุดก็มาถึงเสียที เดินทางมาตลอดทางจนข้าเหนื่อยแทบแย่”
ร่างเล็ก ๆ นั้นดูมีอายุราวสี่ถึงห้าขวบ สวมชุดกระโปรงสีเขียวทะเลสาบ ผมเกล้าเป็นมวยเล็ก ๆ น่ารัก ตรงหว่างคิ้วยังติดไข่มุกทรงหยดน้ำเม็ดหนึ่ง
ใบหน้าเล็ก ๆ ที่งดงามราวกับแกะสลักจากหยกขาวนั้นมีแก้มยุ้ย ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำ น่ารักและมีชีวิตชีวา
“คุณหนูตัวน้อย ค่อย ๆ หน่อย ระวังหกล้ม”
ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งกระโดดลงจากรถม้าตามมาอย่างรวดเร็ว เอ่ยกับเด็กหญิงตัวน้อยด้วยสีหน้าหวาดหวั่น
เด็กหญิงตัวน้อยเบะปาก ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำกลอกไปมา
จากนั้นก็เอ่ยด้วยสีหน้าทะเล้นว่า “ชิงอู๋ ได้ยินมาว่าแคว้นเชียงนิยมบุรุษรักบุรุษ ให้ข้าพาเจ้าไปเปิดหูเปิดตาสักหน่อยหรือไม่?”
ชิงอู๋ตกใจจนถอยกรูดไปหลายก้าว “มะ ไม่ต้องหรอก คุณหนูตัวน้อยโปรดละเว้นข้าด้วย!”
“ดูเจ้าสิ ขี้ขลาดจริง ๆ” เด็กหญิงตัวน้อย หรือก็คือจิ่วจิ่ว เบะปากเอ่ยอย่างดูแคลน
แม้จะถูกดูแคลน ชิงอู๋กลับถอนหายใจโล่งอก “คุณหนูตัวน้อยกล่าวถูกแล้ว ข้าเป็นคนขี้ขลาดจริง ๆ”
“เดินทางเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทาง คุณหนูตัวน้อยคงเหนื่อยแย่แล้วกระมัง? อาหารเลิศรสของแคว้นเชียงแตกต่างจากมหาอาณาจักรฉีของเรามาก คุณหนูตัวน้อยกลับห้องไปชำระล้างร่างกายและพักผ่อนสักครู่ ยามค่ำข้าจะพาออกไปลิ้มลองอาหารเลิศรสของแคว้นเชียง ดีหรือไม่?”
จิ่วจิ่วเป็นเด็กน้อยตะกละ พอได้ยินชิงอู๋เอ่ยถึงอาหารเลิศรสของแคว้นเชียง ก็พยักหน้าตกลงทันที
