“ว้าว ท่านลุงทั้งหลายเก่งกาจยิ่งนัก! เพียงไม่กี่กระบวนท่าก็จับนักโทษที่หนีไปกลับมาได้หมดแล้ว ยอดเยี่ยมจริง ๆ!”
จิ่วจิ่วปรบมือเป็นคนแรก ใบหน้าเล็กงดงามราวกับหยกสลักแสดงสีหน้าเกินจริงอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นเช่นนั้น ชายหนุ่มก็ปรบมือตามอย่างไร้อารมณ์
เหล่าผู้คุมคุกชะงักไปก่อนครู่หนึ่ง จึงเข้าใจความหมายของจิ่วจิ่ว
นางตั้งใจยกความดีความชอบที่สยบเหล่านักโทษเหล่านี้ให้พวกเขาทั้งหมด
ชั่วขณะนั้น สายตาที่เหล่าผู้คุมมองจิ่วจิ่วก็ยิ่งซับซ้อนขึ้น
“จิ่วจิ่ว นั่นเป็นผลงานของเจ้า พวกเราจะแย่งไปได้อย่างไร” ผู้คุมคนหนึ่งกล่าว
จิ่วจิ่วยิ้มหวานให้เขา “ข้าเป็นเพียงเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีแรงแม้แต่จะฆ่าไก่ จะมีความดีความชอบอะไรได้เล่า?”
กล่าวจบ นางก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นน่าสงสาร “ข้าถูกคนชั่วรังแก ทั้งยังถูกส่งเข้าคุกหลวงตั้งแต่อายุยังน้อย ข้ากลัวแทบแย่ หากไม่ได้ท่านลุงทั้งหลายคอยดูแล ข้าคงตกใจตายไปแล้ว”
ขณะพูด จิ่วจิ่วยังหดคอ ทำท่าราวกับถูกขู่จนขวัญเสีย
พลันมีผู้คุมที่ยังไม่รู้เรื่องถามจิ่วจิ่วว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
จิ่วจิ่วเม้มปาก สีหน้าเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่มิได้เอ่ยคำใด
ผู้คุมสองคนที่รับตัวจิ่วจิ่วมาก็เล่าเรื่องที่รองหัวหน้าองครักษ์หลี่พูดตอนส่งตัวนางมาให้ฟังซ้ำอีกครั้ง
เมื่อได้ฟัง เหล่าผู้คุมก็พากันสาปแช่งบรรพบุรุษของรองหัวหน้าองครักษ์หลี่ไปถึงแปดชั่วโคตร
“ไอ้ลูกเต่าตระกูลหลี่มันไม่ใช่คนจริง ๆ อาศัยว่าตนเป็นคนสนิทขององค์ชายสี่ก็เลยเที่ยวทำตามใจชอบ บัดซบเอ๊ย สักวันข้าจะจัดการมัน!”
“มีเด็กอยู่ อย่าพูดจาหยาบคาย”
“ไปให้พ้น! เจ้านั่นแหละขี้ขลาด หากวันนั้นข้าอยู่ด้วย ข้าจะชี้หน้าด่าไอ้แซ่หลี่นั่นเสียเลย ยังกล้าใส่ร้ายว่าคิดปองร้ายพระสนมในวังหลัง เด็กตัวแค่นี้จะไปทำร้ายมารดามันได้อย่างไร!”
