เมื่อมีจิ่วจิ่วคอยช่วยเหลือ ครอบครัวของชายผู้นั้นก็ไม่กล้ารังแกชุ่ยเหนียงอีก
ชุ่ยเหนียงได้สินเดิมของตนกลับคืนมา
ทว่านางก็กลับบ้านเดิมไม่ได้เช่นกัน
ชุ่ยเหนียงหอบสินเดิมของตนร่ำไห้อยู่กลางถนน เสียงสะอื้นเต็มไปด้วยความสับสนและทำอะไรไม่ถูกเมื่อนึกถึงวันข้างหน้า
“ผู้มีพระคุณช่วยชุ่ยเหนียงไว้ถึงสองครั้ง บุญคุณใหญ่หลวงเช่นนี้ชุ่ยเหนียงไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร ขอผู้มีพระคุณโปรดรับสิ่งของเหล่านี้ไว้ อย่ารังเกียจเลย” ชุ่ยเหนียงเช็ดน้ำตา คุกเข่าตรงหน้าจิ่วจิ่วแล้วโขกศีรษะให้นาง
นางยังยกสินเดิมทั้งหมดที่นำออกมาจากบ้านสามีให้จิ่วจิ่ว ขอให้นางรับไว้
จิ่วจิ่วเห็นแววตาสิ้นหวังของนาง จึงขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจ้าคิดจะฆ่าตัวตายหรือ?”
“ข้า...มิใช่ว่าข้าอยากตาย แต่โลกกว้างใหญ่ถึงเพียงนี้กลับไม่มีที่ให้ข้าอยู่ สตรีในโลกนี้ถือความบริสุทธิ์สำคัญยิ่งกว่าฟ้า ข้าเสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว ทั้งยังถูกบ้านสามีขับไล่ บ้านเดิมก็ไม่ยอมให้ข้าเข้าประตู นอกจากตายแล้ว ข้าก็ไม่มีหนทางอื่น”
ชุ่ยเหนียงฝืนยิ้ม ก่อนเอ่ยกับจิ่วจิ่วอย่างรู้สึกผิดว่า “ผู้มีพระคุณต้องลำบากช่วยข้าครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นข้าที่ทำให้ความหวังดีของท่านสูญเปล่า”
แม้ในใจจะไม่ยินยอม แต่ชุ่ยเหนียงก็รู้ดีว่านอกจากความตายแล้ว นางไม่มีทางเลือกอื่น
โลกนี้ไม่มีที่ให้นางอยู่!
“แม้แต่ความตายเจ้ายังไม่กลัว แล้วจะกลัวมีชีวิตอยู่ต่อไปหรือ?”
จิ่วจิ่วมองดวงตาของชุ่ยเหนียง แล้วบอกนางทีละคำ “ใครบอกว่าเจ้าไม่มีทางไป? ตราบใดที่เจ้าอยากก้าวต่อไป ทุกแห่งหนล้วนเป็นหนทาง”
แววตาของชุ่ยเหนียงสว่างวาบขึ้น ทว่าครู่ต่อมาก็ดับลงอีกครั้ง
