รุ่งขึ้น ยามเช้าตรู่
จิ่วจิ่วถูกจิงหงปลุกขึ้นมาอย่างงัวเงีย
“จวิ้นจู่น้อย ถึงเวลาลุกไปเรียนแล้วเพคะ”
จิ่วจิ่วขยี้หู พลิกตัวแล้วหลับต่อ
จิงหงเรียกอีกหลายครั้ง จิ่วจิ่วจึงลืมตาขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนกล่าวกับนางว่า “พี่จิงหง ข้าคิดถึงชิงอู๋”
จิงหงยิ้มให้อย่างจนใจ “จวิ้นจู่น้อยลุกขึ้นมาล้างหน้าหวีผมก่อนเถิด อีกสักครู่ข้าจะอุ้มท่านขึ้นรถม้า พวกเราค่อยงีบต่อบนรถม้า ดีหรือไม่เพคะ?”
“อืม” จิ่วจิ่วกอดหมอนไม่ยอมลุก พึมพำงึมงำให้จิงหงเปลี่ยนเสื้อผ้าและจัดการล้างหน้าหวีผมให้ทั้งอย่างนั้น
จิงหงมองจิ่วจิ่วด้วยความเอ็นดูระคนจนใจ มือหนึ่งอุ้มนางไว้ ส่วนอีกมือช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้
จิ่วจิ่วนอนซบอยู่ในอ้อมแขนของจิงหง พลางคิดในใจว่า ชิงอู๋ยังไม่ต้องกลับมาก่อนก็แล้วกัน พี่จิงหงก็ดีไม่น้อย
ชิงอู๋ซึ่งกำลังออกไปทำภารกิจข้างนอกจามออกมาครั้งหนึ่ง
หรือจวิ้นจู่น้อยกำลังคิดถึงเขา?
จวิ้นจู่น้อยรอข้าก่อน ข้าจะกลับไปหาในไม่ช้า
เขาขยี้จมูกแล้วทำภารกิจของตนต่อ
ในเวลาเดียวกัน จิ่วจิ่วก็ล้างหน้าหวีผมเสร็จ โดยมีจิงหงอุ้มขึ้นรถม้าเรียบร้อยแล้ว
ขณะรถม้าแล่นผ่านถนนใหญ่ จู่ ๆ ก็มีคนพุ่งออกมา คนขับรถม้ากระตุกบังเหียนหยุดกะทันหัน ศีรษะของจิ่วจิ่วกระแทกเข้ากับตัวรถจนเจ็บและตื่นเต็มตาในทันใด
“ซี๊ด...” จิ่วจิ่วสูดปากด้วยความเจ็บ น้ำตาเอ่อคลอขึ้นในดวงตาโดยไม่อาจห้ามได้
จิงหงรีบถามด้วยความเป็นห่วง “จวิ้นจู่น้อย ท่านเป็นอย่างไรบ้างเพคะ?”
“เจ็บ...” จิ่วจิ่วเบะปาก บ่นเสียงอ่อยอย่างน่าสงสาร
ขณะนั้น คนขับรถม้ากำลังตำหนิหญิงสาวที่พุ่งออกมาขวางรถม้าอยู่
“บังอาจ! รู้หรือไม่ว่ารถม้าคันนี้เป็นของจวนใด ยังกล้ามาขวาง หรืออยากตายนัก?”
