ซูชิงโหรวกระแอมเบา ๆ “คุณหนูหลินคนที่สอง”
ซ่งจิ่งทำหน้านิ่ง ยกขาก้าวเดินทันที
ซูชิงโหรวกับซูเฉิงจี้ต่างชะงักไป ไม่ทันได้ตั้งตัว “คุณหนูหลินคนที่สอง ฉันเรียกคุณอยู่นะ”
“คุณเรียกคุณหนูหลินคนที่สอง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน ซ่งจิ่ง” ซ่งจิ่งไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเดินแม้แต่น้อย
ฝานเชียนชินกระทืบเท้า รีบก้าวเข้ามาขวางทาง “ซ่งจิ่ง หยุดเดี๋ยวนี้!”
ซ่งจิ่ง?
คุณหนูคนที่สองของตระกูลหลินไม่ได้แซ่หลินหรือ?
หรือว่าฝานเชียนชินอยากเกี่ยวดองกับตระกูลซู ถึงกับไปหาลูกสาวมาคนหนึ่งกะทันหัน?
ซูชิงโหรวคิดว่าฝานเชียนชินคงได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับพี่ชายของเธอ จึงอยากเกี่ยวดองกับตระกูลซู ขณะเดียวกันก็ทำใจผลักลูกสาวแท้ ๆ ลงหลุมไฟไม่ลง เลยไปหาผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มาแทนอย่างนั้นหรือ?
ซูชิงโหรวหัวเราะด้วยความโมโห “ซ่งจิ่ง? คุณหนูหลินคนที่สองไม่ได้แซ่หลินหรือคะ คุณนายหลิน ช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยได้ไหมคะ”
พอเห็นซูชิงโหรวหน้าเคร่ง ฝานเชียนชินก็ลนลาน หลินเหยียนรีบออกมาอธิบาย “คุณหนูซู น้องสาวเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อแม่จริง ๆ ค่ะ เพียงแต่ตอนเด็กไม่ได้อยู่กับพวกเรา พ่อรู้สึกผิดต่อเธอ เลยให้เธอใช้แซ่เดียวกับพ่อแม่บุญธรรมเดิมต่อไป”
“ใช่ ๆ” ฝานเชียนชินรีบพยักหน้าคล้อยตาม “คุณหนูซู ต่อให้ฉันกล้าขนาดไหนก็ไม่กล้าหลอกพวกคุณหรอกค่ะ ซ่งจิ่งเป็นลูกสาวของฉันจริง ๆ ลูกแท้ ๆ เลยค่ะ”
ซูชิงโหรวนึกถึงท่าทีที่ฝานเชียนชินมีต่อหลินเหยียน แล้วมองท่าทีที่มีต่อซ่งจิ่ง ใครใกล้ชิดใครห่างเหินเห็นได้ชัดเจน
