“อยากเห็นสารพลังวิเศษระดับ F เหรอ ดูฉันสิ”
เหยียนเจวี่ย์เดินขึ้นแท่นอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง แล้วยื่นมือเข้าไปในเครื่องวัดสารพลังวิเศษด้วยความมั่นใจ เครื่องวัดส่งเสียงหึ่ง ๆ สองครั้ง ขณะเดียวกัน ในกล่องผลึกรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนใสก็ราวกับมีทะเลดาวไหลทะลักเข้ามาอย่างกะทันหัน เต็มไปด้วยสารพลังวิเศษสีทองเจิดจ้า แสงระยิบระยับจนแทบแสบตา
“โห สารพลังวิเศษเยอะขนาดนี้ จะอยู่ระดับไหนกันนะ”
“ไม่ได้ยินที่เหยียนเจวี่ย์พูดเมื่อกี้หรือไง เขาบอกว่าตัวเองอยู่ระดับ F”
“แม่เจ้า สารพลังวิเศษเข้มข้นขนาดนี้ยังอยู่แค่ระดับ F งั้นสารพลังวิเศษระดับ S กับระดับ S+ จะน่ากลัวขนาดไหนกันเนี่ย”
สำหรับคนที่เพิ่งทดสอบสารพลังวิเศษเป็นครั้งแรก การได้ระดับ F ก็นับว่าหาได้ยากมากแล้ว
แม้แต่บนใบหน้าเคร่งขรึมของเหยียนเชียนชิงยังเผยรอยยิ้มบาง ๆ ให้เห็น ชัดเจนว่าเขาพอใจกับผลการทดสอบสารพลังวิเศษของเหยียนเจวี่ย์มาก
สารพลังวิเศษของเหยียนเจวี่ย์ได้รับการประเมินไว้ตั้งแต่ตอนอยู่ตระกูลเหยียนแล้ว การได้ระดับ F จึงเป็นไปตามที่เขาคาดไว้
เขาชักมือกลับอย่างได้ใจ หันไปฮึดฮัดใส่เซียงโยวโยว ก่อนจะหันไปมองซ่งจิ่งที่ยังนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้
ยัยบ้านนอกนี่กล้าทำให้เสี่ยวเสียน้อยขายหน้าต่อหน้าคนตั้งมากมาย เขาต้องช่วยเสี่ยวเสียน้อยเอาคืนให้ได้
“ซ่งจิ่ง ทำไมเธอไม่ขึ้นมาทดสอบสารพลังวิเศษสักทีล่ะ รู้ตัวแล้วใช่ไหมว่าตัวเองเป็นแค่ขยะ ไม่มีความกล้าพอจะขึ้นมา” เหยียนเจวี่ย์ตะโกนเยาะเย้ย
เมื่อครู่เขาเพิ่งทดสอบได้สารพลังวิเศษระดับ F ความสนใจของทุกคนจึงอยู่ที่เขา พอเขาตะโกนเรียกซ่งจิ่ง สายตาของคนอื่น ๆ ก็พากันหันไปมองซ่งจิ่งโดยอัตโนมัติ
