“อนุญาตให้คุณจับน้องชายคนอื่นมาขู่ แต่คนอื่นจับพ่อกับภรรยาของคุณไม่ได้งั้นเหรอ”
เหยียนเย้าหยางส่งเสียงจิ๊จ๊ะสองที “ยวี่จงเฉวียน ผมว่าคนที่ไร้ยางอายและเป็นไอ้สารเลวน่ะคือตัวคุณเองต่างหาก อนุญาตให้ขุนนางจุดไฟเผาบ้าน แต่ไม่อนุญาตให้ชาวบ้านจุดตะเกียง อาศัยบุญบารมีบรรพบุรุษมาวางอำนาจจนคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่แล้วสินะ ไอ้บ้าอะไรเนี่ย”
“ตาเฒ่ายวี่ สรุปคุณไปทำอะไรมากันแน่” ภรรยาของยวี่จงเฉวียนมีผมเผ้ายุ่งเหยิง สีหน้าหวาดผวาจนแทบทนไม่ไหว
“พวกเขาฆ่าลูกสาวคนเดียวของผม ผมไม่ควรแก้แค้นให้ลูกหรือไง” ยวี่จงเฉวียนกำหมัดแน่น ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาไม่เคยเสียเปรียบขนาดนี้มาก่อน
“จงเฉวียน คุณเข้าใจผิดแล้ว” รถโฟล์กสวาเกนสีดำคันหนึ่งจอดอยู่หน้าประตูบ้านพักตากอากาศ ปู่ตระกูลฉื่อลงจากรถ ก้าวเดินเข้ามาอย่างมั่นคง
สือเยี่ยนหรี่ตาลงเล็กน้อย
ดูท่าตระกูลยวี่คงถูกบุกติดต่อกัน จึงมีคนวิ่งไปขอให้ปู่ตระกูลฉื่อมาช่วย
ถ้าเป็นแบบนี้แล้วปู่ตระกูลยวี่กับภรรยาของยวี่จงเฉวียนยังกล้าบอกว่าไม่รู้อะไรเลย ก็คงเสแสร้งเกินไปแล้ว
“ท่านนายพล” ยวี่จงเฉวียนเองก็คาดไม่ถึงว่าปู่ตระกูลฉื่อจะปรากฏตัว เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเก็บความเดือดดาลบนใบหน้าแล้วค้อมกายคำนับอย่างนอบน้อม
“เสี่ยวย่าถูกเสวี่ยอิงลอบสังหารจนเสียชีวิต ไม่เกี่ยวกับคนอื่นที่อยู่ที่นี่เลยสักคน คุณอยากแก้แค้นให้เสี่ยวย่าไม่ใช่เรื่องผิด แต่คุณหาคนผิดแล้ว” ปู่ตระกูลฉื่อส่งสายตาเพียงครั้งเดียว ทหารอารักขาที่อยู่ข้างกายก็ยื่นเอกสารผลการสืบสวนให้ยวี่จงเฉวียน
ยวี่จงเฉวียนยิ่งอ่านก็ยิ่งตกใจ เขาเงยหน้าพรวดขึ้นมา “ประเทศวาย!?”
