ซูหลวนเดินผ่านริมถนนมากับอ้วนและคนอื่น ๆ ก็เห็นซ่งจิ่งนั่งอยู่บนม้านั่งเตี้ย ขาข้างหนึ่งพาดอยู่บนขาเก้าอี้อีกตัว มือหนึ่งถือแก้วพลาสติกใสแบบใช้แล้วทิ้งจิบเบียร์ อีกมือถือเนื้อย่างกิน ท่าทางดูห้าวหาญและเอาเรื่อง
“พี่หลวน นั่นจิ่งเจี๋ยไม่ใช่เหรอครับ?” อ้วนชี้ไปทางร้านปิ้งย่าง แล้วเดินเข้าไปหาอย่างสนิทสนม “จิ่งเจี๋ย กินปิ้งย่างคนเดียวคงน่าเบื่อแย่ ผมขอกินสักสองไม้ได้ไหมครับ?” อ้วนขึ้นชื่อว่าเป็นนักกิน ไม่อย่างนั้นตอนอายุสิบเจ็ดสิบแปดก็คงไม่หนักตั้งหกสิบกว่ากิโล
ซ่งจิ่งยกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย แววตาราบเรียบ ทำเอาอ้วนใจหายวาบ ท่าทางที่กำลังจะนั่งลงชะงักค้าง ก้นงอนอยู่กลางอากาศ “ไม่งั้น...ผมเลี้ยงจิ่งเจี๋ยเองก็ได้ครับ?”
ซ่งจิ่งจำได้ว่าคนนี้คือผู้ชายที่นั่งอยู่แถวหน้า เธอถอนสายตากลับ ปลายนิ้วเรียวสวยเกี่ยวแก้วที่วางซ้อนอยู่ใต้แก้วพลาสติกใสแบบใช้แล้วทิ้งออกมาวางไว้ข้าง ๆ แล้วหยิบเบียร์รินให้อ้วนแก้วหนึ่ง “คุณเลี้ยง”
เมื่อครู่อ้วนคิดว่าตัวเองคงโดนซ้อมแน่แล้ว พอได้ยินแบบนั้นก็โล่งอก นั่งลงอย่างไม่เกรงใจ ก่อนโบกมือเรียกอย่างใจกว้าง “เถ้าแก่ ย่างเนื้อวัวเพิ่มอีกสามสิบไม้ เนื้อแกะยี่สิบไม้ ซี่โครงสิบไม้ พี่หลวน มากินด้วยกันสิครับ”
ซูหลวนกับผู้ชายอีกสองสามคนเดินเข้ามา ซ่งจิ่งกวาดตามอง ทุกคนเป็นนักเรียนห้อง 21 เธอจำหน้าได้ แต่ไม่รู้ชื่อ
ซูหลวนมองที่ว่างข้างซ่งจิ่ง ก่อนนั่งลงข้างเธออย่างเกร็ง ๆ
เห็นว่าพวกเขามากันหลายคน เถ้าแก่จึงหยิบม้านั่งตัวเล็กมาเพิ่มให้อีกสองสามตัว
