สือเยี่ยนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็ก แขนเสื้อพับขึ้นถึงข้อศอก ชายเสื้อสอดไว้ในขอบกางเกง เผยให้เห็นหัวไหล่กว้างกับเอวสอบกระชับ
วันนี้เขายังสวมแว่นไร้กรอบด้วย เขาพิงอยู่ข้างประตูรถ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้ม ชวนให้รู้สึกถึงกลิ่นอายของคนสุภาพที่แฝงความร้ายกาจไว้อย่างเต็มเปี่ยม
“กินข้าวเช้าหรือยัง” สือเยี่ยนเอียงตัวเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารตอนหน้า
“อ่อยเก่ง” ซ่งจิ่งพึมพำด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนดึงประตูเบาะหลังแล้วขึ้นไปนั่ง
แววขบขันวาบผ่านดวงตาสือเยี่ยน เขาปิดประตูแล้วขึ้นนั่งเบาะคนขับ “ผมโทรหาคุณปู่ฮั่น ท่านบอกว่าวันนี้คุณจะมาตรวจอาการคุณย่าฮั่นตามนัด พอดีคุณปู่ก็ตรวจได้ด้วย ผมเลยมารับคุณก่อน”
ซ่งจิ่งเอนตัวลงบนเบาะหลังโดยไม่ตอบ สือเยี่ยนหมุนพวงมาลัยมือเดียวแล้วขับรถออกไป
รถแล่นขึ้นทางด่วน ซ่งจิ่งเล่นเกมผ่านด่านหนึ่งสำเร็จแล้วเงยหน้ามองสือเยี่ยนที่กำลังขับรถ
หน้าตาของสือเยี่ยนโดดเด่นเกินไป แม้จะมองจากด้านข้างแบบนี้ โครงหน้าและเครื่องหน้าของเขาก็ยังคมชัดมีมิติ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดผู้คนอย่างแท้จริงกลับไม่ใช่รูปลักษณ์ แต่เป็นบารมีของเขา
สุขุม ทรงพลัง ลึกล้ำยากหยั่งถึง!
“คุณไม่ยุ่งหรือไง” ซ่งจิ่งจ้องใบหน้าด้านข้างของสือเยี่ยนแล้วเอ่ยขึ้นกะทันหัน
“พูดตามตรง ยุ่ง” สือเยี่ยนมองเธอผ่านกระจกมองหลัง คิ้วตาเย็นชามีรอยยิ้มจาง ๆ เพิ่มเข้ามา “การส่งมังกรพันเกลียวกลับประเทศวายเป็นแค่การยั่วยุที่เห็นอยู่ภายนอก ความเคลื่อนไหวที่แท้จริงซ่อนอยู่เบื้องหลัง ยังมีเรื่องให้รับมืออีกไม่น้อย”
หลังจากสือเยี่ยนไปกินข้าวกับซ่งจิ่งที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัยเมื่อวันอังคาร เขาก็ไม่โผล่มาอีกเลย ในช่วงที่กำลังตามจีบใครสักคน แถมอีกฝ่ายอาจถูกคนอื่นฉวยโอกาสเข้าหาได้ทุกเมื่อ หากไม่ยุ่งจนปลีกตัวมาไม่ได้จริง ๆ เขาคงไม่หายหน้าไปแบบนี้
