ทั้งสามคนออกมาตระเวนสอบถามตั้งแต่เช้า แต่ไม่ได้พกอุปกรณ์ตรวจสถานที่เกิดเหตุมาด้วย เรียกได้ว่าเตรียมตัวไม่พร้อม เพื่อปกป้องสถานที่เกิดเหตุจึงทำได้แค่รออยู่ด้านนอกจนกว่าซ่งเว่ยอันจะส่งกำลังสนับสนุนมา แต่ก็ไม่ถึงกับว่างเสียทีเดียว อย่างน้อยก็ยังพอคุยกับป้าหยาง ที่อ้างว่า “ไม่รู้อะไรเลย” ได้สักพัก
ป้าหยาง: “ฉันไม่รู้อะไรจริง ๆ นะ! บ้านเขามีคนตายแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?”
กวนจื่อผิง: “ป้าหยาง เมื่อคืนเยว่เฉิงไฉกลับมาตอนไหนครับ?”
“ประมาณห้าทุ่มกว่า ๆ มั้ง ฉันนอนเล่นติ๊กต็อกอยู่บนเตียง รู้แค่นี้แหละ”
กวนจื่อผิง: “ผนังที่นี่เก็บเสียงไม่ค่อยดีเหรอครับ ทำไมถึงรู้ว่าเขากลับมา?”
ป้าหยาง: “ไม่ใช่เพราะเก็บเสียงไม่ดีหรอก ฉันนอนอยู่ชั้นสอง เขาก็ขึ้นมาชั้นสองด้วย แล้วก็ทะเลาะกับพี่พานเสียงดัง ฉันไม่อยากฟังก็ต้องฟังอยู่ดี แต่ฉันไม่ได้ยินอะไรหรอกนะ ไม่รู้อะไรเลย”
ฉือซีกวาน: “เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเยว่เจี้ยนซือหรือครับ?”
“น่าจะใช่นะ... เหมือนจะพูดเรื่องเป็นตายอะไรทำนองนั้น เพื่อนบ้านอย่างพวกเรารู้กันหมดว่าเยว่เจี้ยนซือเป็นโรคไตวายเรื้อรัง ช่วงนี้อาการก็ยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ ต้องเปลี่ยนไตด้วย! เยว่เฉิงไฉไม่ยอมบริจาคไตให้พ่อ แถมยังพูดเรื่องเป็นตายอะไรนั่นอีก นี่ไม่ใช่แช่งพ่อหรือไง เป็นลูกจะทำแบบนั้นได้ยังไง?”
หลิงอู๋โหยว: “มีพูดถึงเรื่องเงินด้วยไหมคะ?”
“มีจริง ๆ ด้วย พี่พานพูดอะไรสักอย่างว่าคุณแอบทำประกันโดยไม่บอกฉัน... แล้วเยว่เฉิงไฉก็บอกว่าเงินของคุณหรือของเขา สุดท้ายก็เป็นของฉันอยู่ดี จะต่างกันตรงไหน... อะไรประมาณนี้แหละ ฉันฟังไม่ชัด... ฉันไม่รู้อะไรเลย!”
