นี่เธอจะรับผิดทั้งหมดเลยหรือ?
สือหยวนกับฉือซีกวานสบตากัน อีกฝ่ายพยักหน้า ก่อนเอ่ยยืนยันกับซูโหย่วโหย่วเป็นคนแรกว่า “ดี งั้นตอนนี้เราจะถามคำถามเกี่ยวกับคดี ถ้าคุณตอบได้ทั้งหมด เราก็จะเชื่อว่าคุณเป็นผู้บงการคดีฆาตกรรมทั้งสองคดี ตกลงไหม?”
“ได้ค่ะ” ซูโหย่วโหย่วตอบอย่างไม่ลังเล “ถามมาได้เลย”
ฉือซีกวานถามว่า “เล่าเรื่องที่คุณฆ่าเยว่เจี้ยนซือให้ฟังหน่อย”
“เรื่องนี้มีอะไรให้เล่าเยอะเลยค่ะ” ซูโหย่วโหย่วหลุบตาลง แววตาสงบนิ่งไร้คลื่น “ฉันไม่อยากเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงเพราะคนตระกูลเยว่สามคนนั้น แผนของฉันจึงต้องทำอย่างเงียบเชียบ เมื่อครึ่งปีก่อน ฉันเข้าใกล้เยว่เฉิงไฉและคบกับเขา ก็เพื่อหาจุดอ่อนของคนตระกูลเยว่ทั้งสาม แล้วจัดการทีละคน”
“เยว่เฉิงไฉก็แค่คนโง่ ต่อให้ฉันไม่ยอมให้เขาแตะต้องตัว แค่ใช้เงินกับพูดจาหวานหูไม่กี่คำ เขาก็เชื่อใจฉันหมดใจ คิดว่าฉันรักเขาจนแทบขาดใจ แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ ฉันวางแผนให้เขาติดยา ก็เพื่อให้เขาขาดเงินฉันไม่ได้ และถลำเข้าสู่เส้นทางยาเสพติดที่ไม่มีวันหวนกลับ”
เธอเพิ่งพูดไปได้ไม่กี่ประโยค ก็ทำเอาตำรวจตกตะลึงอีกครั้ง
กวนจื่อผิงในห้องสังเกตการณ์อดสบถเบา ๆ ไม่ได้ “โห! เธอนี่เก่งจริง ๆ วางแผนไว้ตั้งแต่แรกแล้วสินะ มิน่าถึงคบกับเขา ที่แท้ก็ผูกเยว่เฉิงไฉไว้เหมือนหมาเลยนี่นา”
สือหยวนกับฉือซีกวานฟังแล้วชะงักไป แต่สีหน้ายังคงนิ่งราวกับไร้คลื่นลม ทำท่าราวกับ “เรื่องที่คุณพูด เราสืบรู้มานานแล้ว”
