สือหยวนยากจะบรรยายความรู้สึกในตอนนี้ แม้เขาจะเชื่อว่าหลิงอู๋โหยวไม่เป็นไร แต่ความกังวลและหวาดกลัวในใจยังคงบีบคั้นจนหัวใจปวดหนึบ
คิ้วที่ขมวดแน่นมาตลอดคลายออกในที่สุด สีหน้าของสือหยวนผ่อนคลายลงชั่วขณะ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย แววตาเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม เขาก้าวไปหาอีกฝ่ายสองสามก้าว อยากกอดเธออย่างไม่ต้องยั้งใจ ทว่าสติรั้งเขาไว้ ทำได้เพียงกำหมัดข้างลำตัวแน่น
“อู๋โหยว แค่คุณไม่เป็นไรก็ดีแล้ว...”
ขณะพูด เขาก็มองสำรวจเธอไปด้วย ก่อนจะเห็นว่าใบหน้าซีดกว่าปกติเล็กน้อย แม้สีหน้าจะยังสงบนิ่ง แต่ดูอ่อนเพลียมาก สือหยวนตาไวสังเกตเห็นคราบเลือดตรงใต้ติ่งหูของเธอ
“คุณบาดเจ็บเหรอ!?”
เขาเบี่ยงตัวไปดู ถึงได้เห็นว่าต้นคอด้านหลังของหลิงอู๋โหยวมีเลือดไหลอยู่ไม่น้อย เส้นผมบริเวณท้ายทอยจับตัวเป็นก้อนเพราะเลือดที่แห้งแล้ว
หัวใจของสือหยวนเจ็บแปลบ “อู๋โหยว คุณ...”
“ฉันไม่เป็นไร” หลิงอู๋โหยวขยับคอเล็กน้อยจนกระทบแผล ความเจ็บแปลบแล่นขึ้นมา “แค่แผลถลอก เลือดออกเยอะไปหน่อย แผลคงไม่ลึก”
สือหยวนยังคงร้อนใจ “บาดเจ็บได้ยังไง? พวกเราได้ยินเสียงปืนจากข้างบน หรือว่า...”
“ไม่ใช่แผลจากกระสุนปืน โดนแจกันฟาดต่างหาก” หลิงอู๋โหยวตอบ “ฉันไม่ได้เป็นคนยิง”
ปืนไม่ใช่ของที่จะใช้ส่งเดชได้ อู๋เหมยทำเป็นแค่ปลดระบบนิรภัย บรรจุกระสุน แล้วก็ยิงเท่านั้น หลิงอู๋โหยวมองทิศทางปากกระบอกปืนก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายยิงไม่แม่น จึงไม่ได้คิดจะหลบด้วยซ้ำ
