เยว่เฉิงไฉกางมือทั้งสองข้าง “จำไม่ได้ ผมก็ไม่ได้เป็นคนดูรายงาน ผมจะอ่านรู้เรื่องได้ยังไง? ซูโหย่วโหย่วฟังหมออธิบายแล้วเอามาเล่าให้ผมฟัง ผลตรวจต้องรออีกวันถึงจะออก วันนั้นผมเหมือนจะมีธุระ”
รายงานที่ซูโหย่วโหย่วดูงั้นเหรอ?
ซ่งเว่ยอันถาม “ตรวจที่โรงพยาบาลไหน?”
เยว่เฉิงไฉตอบ “ก็โรงพยาบาลที่ 1 แห่งเมืองไห่โจวไง”
ซ่งเว่ยอันสรุป “งั้นก็หมายความว่า ตั้งแต่โตมาจนป่านนี้ นายไม่รู้ทั้งว่าเยว่เจี้ยนซือแพ้พิษผึ้ง และไม่รู้ด้วยว่าตัวเองแพ้พิษผึ้งหรือเปล่า?”
“ใช่ แล้วทำไมล่ะ? หรือว่าทุกคนต้อง...” เยว่เฉิงไฉพูดไปพูดมาก็พลันเข้าใจ “พวกคุณหมายความว่าตาแก่นั่นถูกผึ้งต่อยตายงั้นเหรอ? ล้อกันเล่นหรือไง ผึ้งต่อยคนตายได้ด้วยเหรอ? ปกติก็บวมอยู่ไม่กี่วันแล้วก็หายไม่ใช่หรือไง?”
“แต่ละคนอาการไม่เหมือนกัน” ซ่งเว่ยอันตอบส่ง ๆ แล้วแท็กสองแตงในกลุ่มแชต
“ไปโรงพยาบาล ตรวจหารายงานผลตรวจโปรตีนไอจีอีของเยว่เฉิงไฉให้หน่อย”
กวนจื่อผิงตอบ “OK”
หลังได้รับข้อความตอบกลับ ซ่งเว่ยอันก็ดับหน้าจอโทรศัพท์แล้วถามต่อ “เมื่อกี้นายบอกว่า...เยว่เจี้ยนซืออยากให้นายบริจาคไต แล้วพานฟางล่ะ ท่าทีของเธอเป็นยังไง?”
“แม่ผมเหรอ?” เยว่เฉิงไฉยักไหล่ “แม่ผมยังมีมโนธรรมมากกว่าตาแก่นั่นอยู่บ้าง แต่แม่ก็รู้ว่าพ่อผมมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่ปี ถ้าต้องสละไตผมเพื่อยืดชีวิตพ่อไปอีกไม่กี่ปี แล้ววันหน้าผมเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ใครจะเลี้ยงดูแม่ตอนแก่ล่ะ?”
