ฝั่งสือหยวนไปถามเยว่เฉิงไฉที่ห้องพักไว้ตัว เขานึกทบทวนอยู่นาน สุดท้ายก็บอกว่าในนั้นไม่มีใครที่เขารู้จักเลย
แต่การไล่ถามรอบนี้ก็ไม่ได้เสียเปล่า อย่างน้อยก็ยืนยันได้ว่าคนคนนั้นไม่ใช่เพื่อนของเยว่เฉิงไฉ ถ้าอย่างนั้นจุดประสงค์ที่เขาพาเยว่เฉิงไฉมาที่นี่ก็สมควรต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน
น่าเสียดายที่จนถึงตอนนี้คดีก็ยังคงชะงักงัน
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ทบทวนคดีตั้งแต่ต้นอีกรอบ แต่ก็ยังไม่มีแนวทางใหม่ หลังมื้อกลางวัน สองแตงส่งไฟล์มาให้ เป็นรายงานตรวจโปรตีนไอจีอีในเลือดของเยว่เฉิงไฉ ผลเป็นไปตามคาด ในรายงานระบุว่าเยว่เฉิงไฉแพ้พิษผึ้งอย่างรุนแรง
กวนจื่อผิงพูดว่า “ถามหมอมาแล้ว อาการแพ้ไม่ได้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมเสมอไป ถ้าพ่อแม่แพ้ง่ายทั้งคู่ ลูกมีโอกาสแพ้ 50-80% แต่ถ้าพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งแพ้ง่าย โอกาสที่ลูกจะแพ้อยู่ที่ 20-40%”
ดูท่าเยว่เฉิงไฉจะได้รับถ่ายทอดมา เพียงแต่โอกาสถูกผึ้งต่อยมีน้อยมาก พ่อลูกคู่นี้จึงไม่รู้เรื่องมาก่อน
ฉือซีกวานพูดว่า “(ภาพสั่นเทาด้วยความกลัว) น่ากลัวชะมัด จุดอ่อนถึงตายที่ตัวเองยังไม่รู้ กลับถูกคนร้ายล่วงรู้เข้า”
หลิงอู๋โหยวลองคิดดู ก็เห็นว่าน่ากลัวจริง ๆ
ซ่งเว่ยอันถามในกลุ่มว่า “พวกคุณสองคนสืบถึงไหนแล้ว วันนี้ต้องจัดการให้เสร็จ”
กวนจื่อผิงส่งข้อความเสียงมา น้ำเสียงหงุดหงิดปนตัดพ้อ “รู้แล้ว ๆ พวกเราถามเกือบครบแล้ว ใกล้กลับไปแล้ว”
สือหยวนไปพิมพ์รายงานผลตรวจออกมา
