สือหยวนชะงักไป เขาก้มลงพิจารณาชายในภาพอย่างละเอียดอยู่หลายครั้ง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ “ผมดูไม่ออก”
หลิงอู๋โหยวขมวดคิ้ว “ฉันก็ดูไม่ออก แต่กลับรู้สึกว่า...มีอะไรแปลก ๆ”
สือหยวนว่า “ผมไปถามพี่กวนกับคนอื่น ๆ ดู”
“ไปเถอะ”
เมื่อกลับมาหลังถามเสร็จ เขาก็บอกว่า “พี่กวนกับคนอื่น ๆ ก็ดูไม่ออกเหมือนกัน”
หลิงอู๋โหยวเหลือบมองอีกครั้ง ก่อนส่ายหน้า “สงสัยฉันจะคิดมากไปเอง”
สือหยวนกลับไปนั่งที่เดิม ไม่ได้เห็นด้วยกับเธอ “บางทีอาจมีจุดแปลกจริง ๆ แต่อาจสังเกตเห็นได้ยาก ลองไม่ต้องตั้งใจเพ่งหาเกินไปก็ได้ บางทีคำตอบอาจปรากฏขึ้นมาเอง”
หลิงอู๋โหยวว่า “อืม”
ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง
ช่วงหกโมงเย็น จู่ ๆ ฝนก็เริ่มตกลงมาข้างนอก หลิงอู๋โหยวกับคนอื่น ๆ เพิ่งกินข้าวเสร็จและเดินออกจากโรงอาหาร ก็ได้แต่พูดไม่ออกกับฝนที่เทลงมาอย่างกะทันหัน
อารมณ์ของกวนจื่อผิงที่เพิ่งดีขึ้นหลังอิ่มท้อง พลันกลับมาหงุดหงิดอีกครั้ง “เราเพิ่งกินข้าวไปแค่ 20 นาที ฝนก็ตกแล้วเนี่ยนะ?”
โรงอาหารของสถานีกับสำนักงานของพวกเขาอยู่คนละอาคาร เดินไปก็ต้องเปียกฝนบ้างไม่มากก็น้อย
ฉือซีกวานสวมฮู้ดที่อยู่ด้านหลังเสื้อคลุมขึ้นอย่างร่าเริง “ฮิ ๆ ฉันมีฮู้ด ไม่กลัวหรอก!”
กวนจื่อผิงที่ไม่มีฮู้ด: …
พอเห็นอีกฝ่ายจ้องเขา ฉือซีกวานก็เอามือกุมหัวที่สวมฮู้ดไว้ แล้วถอยหลังไปสองก้าวพร้อมพูดเสียงสั่น “มองฉันแบบนั้นทำไม? ยังไงผมนายก็สั้นขนาดนี้ เดี๋ยวก็แห้งแล้ว...ไม่ต้องใช้กระดาษเช็ดด้วยซ้ำ...”
