ซ่งเว่ยอันหันไปถามหลิงอู๋โหยว “เมื่อคืนเยว่เฉิงไฉออกไปกี่โมง?”
“สามทุ่มครึ่งค่ะ” เธอเสริม “เพื่อนบ้านของพานฟางบอกว่าเขาไปถึงตอนห้าทุ่มกว่า จากสถานีตำรวจของเราไปบ้านตระกูลเยว่ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ส่วนจากบ้านตระกูลเยว่ไปหมู่บ้านเฟิงเฉิงใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงยี่สิบนาที”
ตามที่ป้าหยาง เล่า เสียงเอะอะหยุดลงตอนใกล้เที่ยงคืน ลองคำนวณเวลาดูแล้วก็หมายความว่า เยว่เฉิงไฉไปดื่มเหล้าก่อน จากนั้นค่อยไปทะเลาะกับพานฟาง พอทะเลาะกันเสร็จก็กลับไปหมู่บ้านเฟิงเฉิง หรือก็คือบ้านของซูโหย่วโหย่วนั่นเอง
ยุ่งน่าดูเลยนะ
ซูโหย่วโหย่วมองทั้งคู่ถามตอบกันไปมาอย่างสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็ถูกถามถึงตัวเอง “คุณซูครับ ถ้าอย่างนั้นเมื่อคืนตั้งแต่ห้าทุ่มถึงตีหนึ่ง คุณอยู่ที่ไหน?”
“ฉันอยู่บ้านค่ะ...” เธอคล้ายเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ “ไม่สิ ฉันอยู่โรงพยาบาลค่ะ เมื่อคืนตั้งแต่ห้าทุ่มถึงเที่ยงคืนฉันไปโรงพยาบาลที่ 1 แห่งเมืองไห่โจว เพราะจู่ ๆ ก็รู้สึกเจ็บเข่า เลยอยากไปตรวจดู แต่พอไปถึงที่นั่นกลับไม่เจ็บแล้ว ก็เลยกลับมาค่ะ”
ทั้งสองไม่คาดคิดว่าเธอจะไปที่นั่น เพราะตามข้อสันนิษฐานของพวกเขา หากซูโหย่วโหย่วเป็นคนลงมือกับพานฟาง ข้ออ้างที่ดีที่สุดเพื่อยืนยันว่าไม่อยู่ในที่เกิดเหตุก็คือบอกว่าอยู่ในบ้าน แต่ในเมื่อเธออยู่โรงพยาบาล ก็มีโอกาสสูงว่าจะมีหลักฐานยืนยันได้ชัดเจนว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ
