เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเด็ก ๆ ดังระเบิดขึ้นข้างหูเหรินเฉินเฉิน เขารู้สึกเหมือนสมองระเบิดตูมจนคิดอะไรไม่ออก หันไปมองทางขวา เถียนเถียนกับเด็กผู้หญิงคนนั้นกำลังกระซิบกระซาบกัน พอเห็นเขามองมา ทั้งคู่ก็สะดุ้งถอยหลังหนึ่งก้าวด้วยความตกใจ ก่อนจะวิ่งกลับไปยังที่นั่งของตัวเองทันที
หันไปมองทางซ้าย เด็กชายใส่แว่นที่นั่งข้างเขาก็พยายามเอนตัวหนีให้ห่างที่สุด จนก้นเหลือพื้นที่สัมผัสเก้าอี้แค่หนึ่งในสี่ส่วน
เหรินเฉินเฉินสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วผ่อนลมหายใจออก
เขาบอกตัวเองให้ใจเย็น
ทุกอย่างยังอธิบายได้ ขอแค่ยึดภาพลักษณ์ที่ดีของเขาตลอดปีที่ผ่านมาเป็นหลัก เด็กพวกนี้ต้องเชื่อเขาแน่...
“เหรินเฉินเฉิน”
มีคนเรียกเขา เหรินเฉินเฉินเงยหน้าขึ้น เห็นครูประจำชั้นยืนอยู่ตรงประตู เมื่อไม่กี่นาทีก่อนครูยังยิ้มชมเขาในห้องเรียนว่าสอบครั้งนี้ทำได้ดีมาก แต่ตอนนี้ใบหน้ากลับมืดครึ้ม จ้องเขาด้วยสายตาราวกับมองขยะ “ออกมาข้างนอกหน่อย”
ห้องเรียนเงียบกริบลงทันที ทุกคนจับตาดูความเคลื่อนไหวของเขา บ้างก็จ้องอย่างเปิดเผย บ้างก็แอบมองอย่างระมัดระวัง
มันไม่ควรเป็นแบบนี้
เหรินเฉินเฉินลุกขึ้นยืน รู้สึกเหมือนร่างกายไม่อยู่ในการควบคุม... แต่ที่จริงสมองของเขาก็ไม่ได้คิดจะควบคุมร่างกายอยู่แล้ว เพราะเอาแต่คิดว่าทำไมทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้
สรุปแล้ว...
ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ได้?
สองนาทีต่อมา เขาก็ได้เห็นคนที่ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นแบบนี้ — ตำรวจหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานของครูประจำชั้น เธอหันมามองเขา สีหน้าเรียบเฉย แววตานิ่งสงบ กวาดมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาตัดสินอย่างชัดเจน
