ในเมื่อไม่เหมือนการสืบสวนคดีทั่วไป ก็ไม่จำเป็นต้องรักษาสภาพที่เกิดเหตุไว้เหมือนเดิม
ชายร่างสูงหลายคนช่วยกันตัดเชือก แล้วเอาตุ๊กตาปลอมลงมา
ซ่งเว่ยอันพลิกตุ๊กตาดูไปมา สีหน้าลำบากใจเล็กน้อยก่อนเอ่ยว่า “ขนเยอะเกินไป บังผิวหนังจนมองไม่เห็นบาดแผล...ต้องโกนขนออก”
ฉือซีกวานรีบบอกว่า “ผมจำได้ว่าในห้องน้ำมีมีดโกน!”
พูดจบเขาก็วิ่งเข้าไปเอา กวนจื่อผิงไม่รู้ไปหากรรไกรมาจากไหน ช่วยซ่งเว่ยอันตัดขนยาวรอบตัวลูกสุนัขออกก่อน จากนั้นค่อยใช้มีดโกนโกนขนสั้นที่เหลือจนเกลี้ยง ไม่นานเจ้าหมาของเล่นขนฟูก็กลายเป็นหมาของเล่นหัวโล้น
อุปกรณ์ประกอบฉากที่ทีมงานเตรียมมาสมจริงทีเดียว บนตัวหมาของเล่นมี “ร่องรอยจากการถูกทำร้าย” อยู่จริง ๆ
ซ่งเว่ยอันตรวจดูแล้วกล่าวว่า
“บนตัวศพไม่มีบาดแผลอื่น มีแค่รอยรัดตรงลำคอ น่าจะถูกแขวนคอตาย”
บนใบหน้าของฉือซีกวานยังมีคราบน้ำตา เขานึกถึงบทพูดในบทละครแล้วให้เบาะแสอยู่ข้าง ๆ ว่า
“เมื่อคืนผมกลับมาเล่นกับเสี่ยวไป๋อยู่พักหนึ่งแล้วก็เข้านอน ตื่นอีกทีก็เช้าแล้ว หลับสนิทไม่ฝันสักนิด ใครจะไปรู้ว่าพอลืมตาขึ้นมา เสี่ยวไป๋ก็...ฮือ ๆ ๆ!”
ตอนนี้เขาก็หลุดจากอารมณ์นั้นแล้ว เสียง “ฮือ ๆ ๆ” ที่ตามมาจึงเป็นแค่การเลียนเสียงแบบแห้ง ๆ
กวนจื่อผิงมองเขาอย่างสงสัย “คุณหลับลึกขนาดนั้นเลยเหรอ? มีคนเข้ามาฆ่าหมาก็ไม่รู้ตัว? เสี่ยวไป๋ก็ไม่ใช่ใบ้ ถ้ามันถูกแขวนคอ ตอนดิ้นรนก็คงต้องร้องบ้างสิ?”
ฉือซีกวานทำหน้าไร้เดียงสา “ผมไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น!”
กวนจื่อผิงว่า “ไม่เชื่อ”
ฉือซีกวาน: …
ปกติเขาเป็นฝ่าย “ซักไซ้ไล่เลียง” ผู้ต้องสงสัยในห้องสอบสวน พอตอนนี้สลับบทบาทกัน เขากลับกลายเป็นผู้ต้องสงสัยเสียเอง ฉือซีกวานรู้สึกอัดอั้นใจสุด ๆ
