“เฮ้อ” ซ่งเว่ยอันส่ายหน้า “ช่างเถอะ พรุ่งนี้ค่อยคิดก็แล้วกัน เลิกงานแล้วก็อย่าทำงานเลย ไม่ได้เงินเพิ่มสักหน่อย”
หลิงอู๋โหยวเห็นด้วยอย่างยิ่ง “ก็จริง ไม่รู้เย็นนี้จะกินอะไรดี”
“ฉันเดาว่าซี่โครงเปรี้ยวหวาน”
“งั้นฉันเดาปีกไก่ราดโค้ก”
……
เช้าวันถัดมา หลิงอู๋โหยว กวนจื่อผิง และฉือซีกวานออกเดินทางไปบ้านตระกูลเยว่
บนรถ ฉือซีกวานยังรู้สึกโชคดี “ดีนะที่หลายปีมานี้พวกเขาไม่ย้ายบ้าน ไม่งั้นคงต้องวิ่งกันตั้งนาน แถมต้องไปถามคนอีกตั้งเยอะ”
กวนจื่อผิงขับรถพลางพูด “ราคาบ้านในไห่โจวแพงขนาดนี้ จะย้ายก็ย้ายกันได้ง่าย ๆ ที่ไหน ฉันว่าย่านที่บ้านตระกูลเยว่อยู่ถือเป็นชนบทของไห่โจวแล้วล่ะ บ้านที่อยู่คงเก่าทรุดโทรมมานาน ครอบครัวก็เป็นคนธรรมดา ถ้าอยากอยู่บ้านดี ๆ ก็คงต้องย้ายออกไปนอกไห่โจว”
ฉือซีกวานไม่ได้คาดหวังอะไรมาก “อย่างน้อยพวกเขาก็มีบ้านเป็นของตัวเองนี่ อีกอย่าง ฉันได้ยินมาว่าแถวนั้นมีแผนจะรื้อถอนด้วย ถ้ารื้อถอนจริง เยว่เฉิงไฉก็จะกลายเป็นลูกเศรษฐีจากการเวนคืนบ้าน… สวรรค์คงไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอกนะ เรื่องดี ๆ แบบนี้ทำไมไม่ตกมาถึงฉันบ้าง…”
กวนจื่อผิงว่า “เลิกฝันได้แล้ว เตรียมตัวเถอะ ใกล้ถึงแล้ว”
อย่างที่กวนจื่อผิงพูด เขตเซียวสุ่ยที่บ้านตระกูลเยว่ตั้งอยู่ เมื่อเทียบกับเขตตงหู เขตผิงเจียง และเขตอื่น ๆ แล้ว ถือว่าชนบทไม่น้อย ยิ่งเข้าไปลึกก็ยิ่งเป็นเช่นนั้น ตึกสูงทันสมัยหายไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ริมถนนกลับมีทุ่งนากว้างใหญ่ให้เห็น ส่วนไกลออกไปเป็นกลุ่มบ้านเตี้ย ๆ ที่ตั้งเบียดเสียดกัน
หลิงอู๋โหยวอยู่ไห่โจวมาหลายปี แต่ไม่เคยมาที่เขตเซียวสุ่ยเลย มองไปแล้วที่นี่คล้ายเมืองเล็กกับชนบทในเฉาโจวมาก
