หลิงอู๋โหยวตื่นหลังเจ็ดโมงกว่า ถึงได้เห็นข้อความ เธอคิดว่าอีกฝ่ายคงสติหลุดไปแล้ว จึงตอบกลับไปแค่คำเดียวว่า “อืม”
คงเพราะตื่นเต็มตาแล้ว หลินอิ่งถึงเริ่มส่งเสียงโวยวายลั่นในช่องแชต
หลิงอู๋โหยวเข้าใจว่าทำไมหลินอิ่งถึงตกใจเรื่องนี้นัก เพราะก่อนที่สือหยวนจะสารภาพรัก เธอเองก็ไม่เคยคิดเลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาจะพัฒนามาถึงจุดนี้
ถ้าปีก่อน ไม่สิ แค่ครึ่งเดือนก่อน มีใครบอกเธอว่าในอนาคตเธอจะคบกับสือหยวน หลิงอู๋โหยวคงตอบว่า “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ”
แต่ตอนนี้เธอกับสือหยวนคบกันมาได้สองเดือนแล้ว
“อู๋โหยว เธอเขียนจดหมายสำนึกผิดเสร็จหรือยัง?”
เธอกำลังอู้งานอยู่ สือหยวนเดินเข้ามาถาม
หลิงอู๋โหยวเหลือบมองเขาอย่างเกียจคร้าน “เสร็จแล้ว มีอะไร?”
“ฉันช่วยดูให้” เขายิ้มอย่างมีเสน่ห์ “ดูว่ามี...คำผิดหรืออะไรทำนองนั้นหรือเปล่า”
หลิงอู๋โหยวยิ้มเย็น “อยากดูว่าฉันเขียนอะไรที่ไม่ควรเขียนลงไปหรือไง?”
“จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไง” เขาทำท่าประหลาดใจ “เธอรู้จักวางตัว ฉันรู้ดี”
หลิงอู๋โหยว: …
ตั้งแต่คบกันมา เธอเริ่มแยกไม่ค่อยออกแล้วว่าเขากำลังประชดประชันหรือพูดจากใจจริง คำชมที่แต่ก่อนแค่ได้ยินก็รู้สึกว่าเสแสร้ง ตอนนี้พอฟังแล้วเธอกลับอดคิดไม่ได้ว่าสือหยวนมีปัญหาทางสมองหรือเปล่า
แต่ให้เขาดูก็ไม่เห็นเป็นไร หลิงอู๋โหยวเลื่อนเก้าอี้ไปข้าง ๆ “ดูสิ”
สือหยวนโน้มตัวลงหน้าโต๊ะทำงาน อ่านจดหมายสำนึกผิดของเธออย่างละเอียดถึงสองรอบ ก่อนถอนหายใจโล่งอก “เขียนได้ดีทีเดียว”
