จางฟานยื่นมือทั้งสองข้างรับนามบัตรมา เก็บใส่กระเป๋าอย่างให้เกียรติ
“ผู้พันเสิ่นวางใจได้ พวกเราจะไม่ทำให้ฝ่ายทหารผิดหวังอย่างแน่นอน”
ผู้พันเสิ่นพยักหน้า หมุนตัวเดินออกไป
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ ๆ เธอก็หยุดฝีเท้า หันกลับมามองจางฟาน
“คุณจาง ตอนนี้คุณเย่อยู่ที่จิงโจวหรือเปล่า”
จางฟานชะงักไปครู่หนึ่ง
“อยู่... อยู่ที่ยอดเมฆาแมนชั่นครับ”
ผู้พันเสิ่นไม่ได้ถามอะไรอีก หมุนตัวเดินก้าวยาว ๆ ไปทางประตูอาคารโรงงาน
ฝีเท้าของเธอนั้นเร่งเร็วกว่าตอนขามา ราวกับมีเรื่องด่วน
เลขานุการและผู้ติดตามเร่งฝีเท้าตามไปติด ๆ จางฟานและหลินรุ่ยเฟิงพากันเดินไปส่งที่ประตู มองรถราชการสีดำสามคันแล่นออกจากพื้นที่โรงงานตามกันออกไป แล้วหายลับไปสุดสายถนน
หลินรุ่ยเฟิงดันแว่นขึ้น มองจางฟานที่อยู่ข้าง ๆ
“ผู้พันเสิ่นคนนี้ ไม่ง่ายจริง ๆ”
จางฟานไม่ได้พูดอะไร
ในหัวของเขาคิดถึงแต่คำพูดที่ผู้พันเสิ่นถามถึงคุณเย่เมื่อครู่
น้ำเสียงนั้น แววตานั้น ไม่เหมือนนายทหารคนหนึ่งถามถึงเบื้องบน แต่เหมือนสหายเก่ากำลังสืบหาข่าวคราวของคนรู้จักเก่ามากกว่า
รถราชการแล่นไปบนถนน
เสิ่นชิงนั่งอยู่เบาะหลัง พิงประตูรถ มองทิวทัศน์เมืองที่ถอยหลังผ่านไปอย่างรวดเร็วทางหน้าต่าง
เธอไม่ได้มาที่จิงโจวนานมากแล้ว
ครั้งล่าสุดที่มา น่าจะเมื่อสามปีที่แล้ว
ตอนนั้นเย่หวูซวงเพิ่งมาที่จิงโจว เธอเคยแนะนำเขา โดยบอกว่าจิงโจวไม่ใช่ที่ที่คุณควรอยู่ คุณเป็นคนของจวนเทพสงคราม คุณควรกลับไปแดนอุดร