“เฝ้าหมูป่าตรงนี้ให้ดี ห้ามไปไหนทั้งนั้น ต่อให้ได้ยินเสียงอะไรก็อย่าวิ่งพล่าน ฉันจะไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น”
เสียงร้องขอความช่วยเหลือฟังดูคุ้นหูมาก
แม้หลี่ต้าซานจะนึกไม่ออกในทันทีว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร
แต่ถ้าเขารู้สึกคุ้น แสดงว่าต้องเป็นคนที่รู้จักกันแน่
เกาต้าหนิวตบอกยืนยัน “พี่ซานวางใจได้ ต่อให้เป็นราชาสวรรค์ก็มาแย่งเนื้อหมูของพวกเราไปไม่ได้ ใครกล้าเข้ามาใกล้ ผมจะโยนมันลงหุบเขาเลย!”
“เออ แบบนี้สิ”
หลี่ต้าซานถือปืนล่าสัตว์ วิ่งไปตามทิศทางของเสียงอย่างรวดเร็ว
เมื่อวิ่งทะลุดงไม้พุ่มไป ภาพตรงหน้าก็ทำให้ใจเขากระตุกวูบ
ไม่คิดเลยว่าหมูป่าตัวเมียสามตัวที่ถูกไล่จนหนีไปจะมาคลุ้มคลั่งอยู่แถวนี้
ยิ่งไม่คิดเข้าไปใหญ่ว่า
ละแวกนี้ยังมีชาวบ้านคนอื่นอยู่ด้วย!
เวลานี้ หมูป่าตัวเมียตัวหนึ่งหนักสองถึงสามร้อยชั่งกำลังพุ่งเข้าใส่หญิงสาวคนหนึ่ง
หญิงสาวหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ ขาอ่อนจนล้มลงกับพื้น
สมาชิกกองผลิตหลายคนที่อยู่ข้าง ๆ ไม่มีอาวุธติดตัวเลยสักชิ้น
อาวุธที่ว่าก็มีแต่จอบกับพลั่ว
ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้หมูป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง
ทำได้แค่ยืนตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างหมดหนทาง
หลี่ต้าซานไม่พูดพร่ำทำเพลง ยกปืนล่าสัตว์เล็งไปที่หัวหมูป่า
ระยะห่างไม่ถึงยี่สิบเมตร
ในระยะนี้ หลี่ต้าซานมั่นใจว่ายิงนัดเดียวก็สังหารมันได้!
“ปัง!”
กระสุนลูกปรายพุ่งออกจากลำกล้อง กระแทกเข้าใส่หัวหมูป่าจนหมด
หมูป่าตัวเมียไม่ทันได้ร้องสักแอะ ร่างมหึมาก็ล้มตึงลงกับพื้น
เสียงปืนที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้สมาชิกกองผลิตรอบข้างหน้าถอดสี
