“ถ้าพวกมันฆ่านายตายในป่า แล้วพ่อกับแม่พาคนทั้งหมู่บ้านขึ้นเขามา มีโอกาสเจอศพนายไหม?”
ซ่งเจี่ยฟ่างได้ยินแล้วตัวสั่นอย่างรุนแรง
เขาส่ายหน้าอีกครั้ง
แม้ตอนนี้สมองจะยุ่งเหยิงไปหมด แต่ซ่งเจี่ยฟ่างก็เข้าใจดีว่า หากตายในที่นี่ อย่าว่าแต่คนทั้งหมู่บ้านเลย ต่อให้ระดมคนทั้งกองผลิต หรือกระทั่งคนทั้งคอมมูนออกตามหาทั่วภูเขา ก็คงเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร
หลี่ต้าซานยิ้ม “ในเมื่อพวกมันเป็นคนเลว แล้วนายจะไปห่วงพวกมันทำไม? นายก็พูดเองว่าโยนไว้ในป่าแล้วไม่มีใครหาเจอ งั้นก็รีบมาช่วยกันสิ”
ซ่งเจี่ยฟ่างกัดฟันถาม “นายเป็นหลี่ต้าซานจริง ๆ เหรอ?”
“ไม่งั้นจะเป็นใครล่ะ?”
หลี่ต้าซานรู้ว่าซ่งเจี่ยฟ่างกำลังจะพูดอะไร จึงโอบไหล่น้องเมียแล้วแสยะยิ้ม “อีกสองวันพี่เขยพานายออกไปเล่นสักสองตาไหม?”
“เลิกพูดเหลวไหลได้แล้ว รีบ ๆ เข้าเถอะ”
ประโยคสบาย ๆ เพียงประโยคเดียวทำให้ข้อสงสัยในใจซ่งเจี่ยฟ่างหายไปหมด
ไอ้สารเลวนี่ถ้าไม่ใช่หลี่ต้าซาน ก็ไม่มีใครเป็นแล้ว
จากนั้น
ซ่งเจี่ยฟ่างรวบรวมความกล้า แล้วกระชากเสื้อผ้ากับรองเท้าของซุนโหย่วฝูอย่างแรง
เขาถอดเสื้อผ้าซุนโหย่วฝูจนเกลี้ยง ก่อนหันกลับไปมองหลี่ต้าซาน
หลี่ต้าซานหย่ากับซ่งซิ่วหลานพี่สาวคนโตไปแล้ว แต่ยังไงก็เป็นพ่อของหงหง
ถ้าถูกจับได้เพราะเผยพิรุธ แล้วคอมมูนเอาตัวไป พี่สาวกับหงหงคงหมดอนาคตกันพอดี
ไม่แน่ว่าตัวเขาเอง พ่อแม่ และพี่สาวคนรองก็อาจโดนหางเลขไปด้วย
บ้าจริง
มีพี่เขยแบบนี้ ซ่งเจี่ยฟ่างก็ได้แต่ยอมรับชะตากรรม
เพื่อยืนยันว่าจะไม่ทรยศหลี่ต้าซานเด็ดขาด ซ่งเจี่ยฟ่างตั้งสติ แบกศพซุนโหย่วฝูเดินไปทางหุบผา
