พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา
กำลังคิดอยู่
จ้าวผิงถิงถือกะละมังไม้ออกมาจากห้องโถงใหญ่ ดูท่าเพิ่งล้างเท้าให้แม่สามีเสร็จ
"ที่หล่อนพูดนั่น แท้จริงแล้วเป็นห่วงเรื่องที่ฉันกับซ่งซิ่วหลานนอนด้วยกัน หรือห่วงเรื่องที่ตัวเองไม่มีลูกกันแน่นะ?"
หลี่ต้าซานครุ่นคิดทบทวนบทสนทนาก่อนกินข้าวนั้นซ้ำไปซ้ำมา
ทันใดนั้นก็ยิ้มกว้างออกมา
ช่างเธอจะหมายความว่ายังไง
ในเมื่อรับปากจะชดเชยให้สองเท่า
ลูกผู้ชายชายชาติ พูดแล้วต้องทำ!
ย่องลงจากกำแพงอย่างเงียบเชียบ อ้อมไปที่หน้าต่างหลังห้องเล็กของจ้าวผิงถิง
เคาะหน้าต่างที่ปิดไว้หลวม ๆ เบา ๆ สองที
"ผิงถิง เธอหลับหรือยัง?"
"หลี่เว่ยกั๋วเป็นบ้าไปแล้วเหรอ? ดึกดื่นมาหาฉันทำไม?"
"ลองทายดูสิ"
"กลับไปนอนเดี๋ยวนี้!"
"ไม่กลับ"
หลี่ต้าซานลดเสียงลงต่ำ "เรื่องที่รับปากเธอไว้ ฉันยังไม่ได้ทำตามเลย ลูกผู้ชายของเธอคนนี้ พูดคำไหนเป็นคำนั้น พูดแล้วต้องทำให้ได้"
สิ้นเสียง ฝั่งหน้าต่างก็เงียบกริบ
ผ่านไปนานทีเดียว หน้าต่างถึงถูกคนทางด้านในผลักเปิดออก
"เข้ามา เบา ๆ หน่อย"
หลี่ต้าซานดีใจใหญ่ รีบปีนป่ายทั้งมือทั้งเท้าผ่านหน้าต่างเข้าไปในห้อง
ในห้องมีตะเกียงน้ำมันจุดอยู่ดวงหนึ่ง
พื้นที่ไม่กว้าง แต่ถูกปัดกวาดสะอาดเอี่ยมผิดปกติ
จ้าวผิงถิงนั่งหันหลังให้หน้าต่างอยู่ที่ขอบเตียงอิฐ หลี่ต้าซานนั่งลงข้าง ๆ เธอ จ้าวผิงถิงก็ขยับหนีไปด้านข้างทันที
เห็นดังนั้น หลี่ต้าซานรวบตัวกอดจ้าวผิงถิงไว้
จ้าวผิงถิงสั่นสะท้านทั้งตัว ราวกับถูกสูบเรี่ยวแรงจนหมดสิ้น ทรุดตัวลงนอนแอ้งแม้งอยู่ในอ้อมกอดของหลี่ต้าซานโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
"นายนี่มันเลว หลอกลวง ฉันไม่เชื่อนายอีกแล้ว"
เสียงเบาลงเรื่อย ๆ แต่มือสองข้างกลับโอบรอบคอของหลี่ต้าซานโดยไม่รู้ตัว
จ้าวผิงถิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยรูปเมล็ดแอปริคอททั้งขุ่นเคืองทั้งเขินอายจ้องเขม็งใส่หลี่ต้าซาน "หลี่ต้าซาน นายถือว่าฉันเป็นอะไรกันแน่? กลางวันอยู่กับพี่ใหญ่ กลางคืนก็มาหาฉัน นายคิดว่าฉันเป็นอะไร?"
หลี่ต้าซานเก็บรอยยิ้มทะเล้น ทำสีหน้าจริงจัง "เธอเป็นเมียของฉัน"
"บ้าไปแล้ว หย่ากันไปแล้ว"
"แต่ในใจฉัน เธอ จ้าวผิงถิง คือเมียที่ฉันหลี่ต้าซานแต่งเข้าบ้านอย่างเปิดเผย ชาตินี้ก็อย่าคิดหนี"
หลี่ต้าซานเริ่มตีหัวเข้าบ้าน พูดคำหวานบ้าน ๆ ออกมาเป็นชุด
เกิดในยุคสามสี่สิบ เขาผ่านทั้งยุคเศรษฐกิจวางแผน และโลดแล่นในกระแสเศรษฐกิจตลาด
รู้แก่ใจดีว่าเจอใครควรพูดอะไร
คำหวานบ้าน ๆ แบบนี้ ถ้าใช้กับผู้หญิงในยุคหลัง
คนอื่นจะมองว่าเธอบ้า โบราณคร่ำครึ
แต่เอามาใช้กับผู้หญิงในยุคนี้
ใช้ทีเดียวก็ได้ผลทุกที
เพราะอย่างไร
เพิ่งปลดปล่อยได้แค่สิบเอ็ดสิบสองปี
แนวคิดจารีตแบบสังคมเก่า ยังจางหายไปไม่หมด
ฟังคำหวานของหลี่ต้าซานทีละประโยค
ดวงตาของจ้าวผิงถิงก็พลันมีน้ำตาคลอขึ้นมา
หลี่ต้าซานฉวยโอกาสดึงเธอเข้ามากอด แนบหูกระซิบว่า "จากนี้ไป ผิงถิง เธอจะพูดอะไรฉันก็ฟัง ตีไม่โต้ ด่าไม่เถียง มีอยู่เรื่องเดียว เธอต้องยอมรับว่าฉันเป็นผัวของเธอ"
จ้าวผิงถิงไม่พูดอะไร ร่างกายซบลงบนไหล่ของหลี่ต้าซาน
"นายพูดแล้วไม่รักษาคำพูด ฉันโดนนายหลอกมากี่ครั้งแล้ว"
"ครั้งนี้รับรองรักษาคำพูด ถ้าหลอกเธอ ฉันจะตัดหัวตัวเองให้เธอเอาไปนั่งต่างเก้าอี้"
ได้ยินดังนั้น จ้าวผิงถิงก็หัวเราะ "พรืด" ออกมา
แล้วรู้สึกว่าไม่เหมาะ รีบทำหน้าบึ้ง
"ใครสนหัวหมาของนาย"
นานทีเดียว จ้าวผิงถิงผลักหน้าอกของหลี่ต้าซาน "นายรีบ ๆ หน่อย อย่าให้พวกหล่อนรู้"
หลี่ต้าซานกำลังจะลงมือ ก็ได้ยินจ้าวผิงถิงพูดอีกว่า "นี่เป็นครั้งสุดท้าย ถ้ามีครั้งหน้าอีก ฉันไม่มีทางยกโทษให้นายเด็ดขาด"
"อืม!"
หลี่ต้าซานรีบลงจากเตียงไปเป่าตะเกียงน้ำมันดับ
ผ่านไปครู่หนึ่ง ห้องก็เงียบสนิท
ใกล้รุ่งสาง จ้าวผิงถิงหดตัวอยู่ในผ้าห่ม เอานิ้วจิ้มที่หน้าอกของหลี่ต้าซาน
"ที่พูดมาทั้งหมดนั่น จริง ๆ แล้วหลอกฉันใช่ไหม?"
หลี่ต้าซานได้ยินก็ชะงักไป พูดว่า "ฉันพูดคำไหน?"
"นาย..."
จ้าวผิงถิงโมโหแทบบ้า เพิ่งพูดจบก็จบเลย ดูเหมือนตัวเองจะโดนหลอกอีกแล้ว!
"เมื่อกี้นายพูดเองว่า ต่อไปฉันพูดอะไรนายก็ฟัง ตีไม่โต้ ด่าไม่เถียง นายรู้ไหมว่าฉันชอบกินเนื้ออะไร?"
หลี่ต้าซานงุนงง โพล่งออกมา "เนื้อหมู?"
จ้าวผิงถิงกลอกตา จงใจขายปริศนา "ไม่ใช่ ฉันไม่บอก ไปเดาเอาเอง"
"ถ้านายเดาถูก ฉันจะลองคิดดูอีกทีว่าจะให้โอกาสนายอีกครั้ง ถ้าเดาไม่ถูก เราก็จบกันแค่นี้ หลังจากนี้ก็อย่ามาหาฉันอีก"
หลี่ต้าซาน ทั้งขำทั้งจนใจ
แผนเล็ก ๆ น้อย ๆ ของจ้าวผิงถิง จะปิดบังคนแก่หัวแหลมอย่างหลี่ต้าซานได้ยังไง
ไม่ใช่ว่าอยากกินเนื้อดี ๆ อะไรหรอก แค่ถือโอกาสนี้หยั่งเชิงว่าเขากลับตัวกลับใจจริงหรือเปล่า
ว่าเขาใส่ใจเธอจริง ๆ หรือไม่
มองทะลุความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของจ้าวผิงถิงแล้ว หลี่ต้าซานไม่เปิดโปงเธอ ยิ้มพลางว่า "ถ้าฉันเดาถูก เธอห้ามเบี้ยวนะ"
"ฉันไม่ใช่นาย ไม่เคยเบี้ยว"
จ้าวผิงถิงผลักหลี่ต้าซานทีหนึ่ง เร่งว่า "รีบไปเถอะ ถ้าไม่ไปก็ไม่ทันจริง ๆ แล้ว พี่ใหญ่น่ะตื่นมาสุมฟืนหุงข้าวตอนนี้ทุกวัน"
หลี่ต้าซานจนใจ ได้แต่คลายอ้อมแขนจากจ้าวผิงถิงอย่างอาวรณ์
รีบใส่เสื้อผ้า เปิดหน้าต่างบานหลังกระโดดออกไปอีกครั้ง
ไต่ตามกำแพงดินกลับไปที่เรือนน้อยของตน
โหมงานมาทั้งคืน หลี่ต้าซานก็เหนื่อยแทบขาดใจ กลับถึงเตียงอิฐก็ทิ้งตัวลงนอนทันที
ไม่รู้ว่านอนไปนานเท่าไร เสียงเคาะประตูอย่างรุนแรงดังลั่นข้างหู
"หลี่ต้าซาน มึงออกมานี่!"
"ถ้าไม่รีบใช้หนี้ กูจะพังประตูบ้านมึง!"
ทันใดนั้น หลี่ต้าซานก็ลืมตาตื่นโพลง
สีหน้าบึ้งตึงน่ากลัว
เป็นอีกคนที่ไม่อยู่ในความทรงจำชาติก่อน
จางโหย่วฝู หนึ่งในสหายนักเลงของร่างเดิม
เกียจคร้าน ชอบเอาเปรียบ เห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว
ร่างเดิมเคยโดนมันหลอกเอาเปรียบนับครั้งไม่ถ้วน
หน้าประตูมีชายร่างผอมเกร็งคนหนึ่งอายุราวยี่สิบยืนอยู่
ดวงตาทั้งสองข้างกลอกกลิ้งไปมาเหมือนขโมย
"ร้องหาพ่อมึงเหรอ จางโหย่วฝู กูไว้หน้ามึงแล้วใช่ไหม?"
เพิ่งเปิดประตู ท่าทางของหลี่ต้าซานก็ทำเอาจางโหย่วฝูตกใจสะดุ้ง
จางโหย่วฝูใจหายวาบ แล้วรีบสงบสติอารมณ์ ทำเป็นโอหังตะโกนว่า "หลี่ต้าซาน เป็นหนี้ต้องใช้เป็นเรื่องปกติ มึงเป็นหนี้กูสองหยวน เมื่อไหร่จะใช้?"
พูดจบประโยค น้ำลายเกือบกระเด็นใส่หน้าหลี่ต้าซาน
หลี่ต้าซานโกรธจนขำ
ร่างเดิมเคยยืมเงินจางโหย่วฝูจริง แต่ไม่ใช่สองหยวน เป็นสองเหมา
หลังจากพนันเสียเงินจนหมดตัว เดินไปเจอจางโหย่วฝูระหว่างทาง
หน้าด้านยืมเงินมันสองเหมา บอกว่าวันรุ่งขึ้นจะคืน สุดท้ายก็ลืมไป
ไม่คิดว่า
จางโหย่วฝูจะอ้าปากสิงห์ สองเหมากลายเป็นสองหยวน
"กูเตือนไว้ก่อนนะ วันนี้ต้องใช้หนี้ ไม่งั้นกูจะไปฟ้องที่กรมการใหญ่!"
ก่อนหน้านี้
จางโหย่วฝูได้ยินเพื่อนบ้านแถวนั้นคุยกันว่า เมื่อคืนบ้านตระกูลหลี่เหมือนจะตุ๋นเนื้อ
เดาว่าหลี่ต้าซานคงหาเงินมากินเนื้อได้แน่ ๆ
ถึงได้มาหาถึงที่ตั้งแต่เช้าตรู่
"เหอะ ๆ ๆ มึงพูดไม่ผิด พวกเรามีหนี้สินกันจริง"
หลี่ต้าซานยิ้มกว้าง
กำลังลำบากอยากนอนแต่หาหมอนไม่เจ็บ พอดีมีคนส่งหมอนมาให้
"รู้ก็ดี ยังไม่รีบใช้หนี้อีก"
จางโหย่วฝูโล่งอก
หลี่ต้าซานก็ยังเป็นไอ้ขี้ขลาดคนเดิม ขู่หน่อยก็กลัวแล้ว
"รอเดี๋ยว กูจะไปเอาให้"
ว่าแล้ว หลี่ต้าซานก็หันหลังเดินเข้าบ้าน