ยามรุ่งสาง สิ่งที่ทำลายความเงียบสงบไม่ใช่เสียงผู้คนตื่นขึ้นมาทำกิจวัตร หากเป็นเสียงกรีดร้องดังระงม
ไม่นาน เสียงรถตำรวจและรถพยาบาลก็ดังก้องไปทั่วท้องถนน
ทั้งซีซื่อตกอยู่ในความโกลาหล ผู้คนไม่น้อยเสียชีวิตขณะหลับ ส่วนคนที่ตื่นขึ้นมากลับจำเรื่องราวในความฝันไม่ได้ สิ่งเดียวที่พวกเขาจำได้คือการนับถอยหลังที่เคยปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
ข่าวลือต่าง ๆ แพร่สะพัดไปทั่วอินเทอร์เน็ตอย่างครึกโครม ไม่นานคณะสอบสวนจากทางการก็มาถึงซีซื่อ
ทางด้านเมืองหนานเหมินก็วุ่นวายไม่แพ้กัน
“เมืองหนานเหมินมีประชากรประจำถิ่นมากกว่า 5,000 คน เมื่อวานมีคนราว 3,000 กว่าคนเปลี่ยนเส้นทางจากทางด่วนเข้ามาในเมืองครับ” นายตำรวจเสี่ยวหลิวในชุดป้องกันโรคพูดเสียงสั่นเล็กน้อย “จากสถิติล่าสุด จำนวนผู้เสียชีวิตในเมืองหนานเหมินอยู่ที่ 1,000 คนแล้ว สัดส่วนการเสียชีวิตสูงเกินไป ใกล้เคียงกับฝั่งทางด่วนแล้วครับ”
“เราสอบปากคำผู้รอดชีวิตแล้ว ทุกคนให้การตรงกัน พวกเขาแค่หลับไป พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าคนข้างกายไม่หายใจแล้ว”
“สิ่งผิดปกติเพียงอย่างเดียวที่พวกเขาพูดถึง คือการนับถอยหลังที่ปรากฏบนท้องฟ้าเหนือซีซื่อเมื่อบ่ายวานนี้ครับ”
ฉู่เทียนขมวดคิ้วแน่น จ้องมองโรงแรมตรงหน้า ในเพิงที่เพิ่งตั้งขึ้นข้าง ๆ มีถุงใส่ศพวางอยู่กว่าสิบใบ
“ในโรงแรมนี้มีนักเรียนพักอยู่หรือ?” ฉู่เทียนถาม
นายตำรวจเสี่ยวหลิวรีบพยักหน้า “ใช่ครับ! เป็นนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมสี่แห่งเมืองเจวียน ไปทัศนศึกษาที่ซีซื่อครับ” เขาถอนหายใจ “มีนักเรียนห้าคนไม่ตื่นขึ้นมา เจอเรื่องแบบนี้เข้า ทั้งครูทั้งนักเรียนต่างก็ขวัญเสียกันหมด”
