จูชิงอวี๋เก็บกุญแจไว้ในอ้อมอก แล้วหมุนตัวมองไปยังแท่นเตียง
กู้เจายังคงนอนหลับสนิทยิ่งนัก แม้แต่ท่วงท่าก็ไม่เปลี่ยน
โอกาสดีอย่างหาได้ยากเช่นนี้ จูชิงอวี๋ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทั้งไม่เร่งร้อน จุดหมายชัดเจน ฝีเท้าแผ่วเบาก้าวออกไปภายนอก เพราะนางนอนพักอยู่บนเตียงหลายวันนี้ สวมรองเท้าปักดิ้นพื้นนุ่มสำหรับอยู่เรือน พื้นรองเท้าอ่อนนิ่ม ย่ำลงบนพื้นไม้ ไร้เสียงตลอดทางจนถึงหน้าประตู
จูชิงอวี๋หันกลับไปมองอีกครั้ง กู้เจายังคงหลับอยู่
จากห้องโดยสารไปห้องหนังสือ จะผ่านห้องชาที่อยู่ติดกัน
แม้วันนั้นนางจะบอกว่าไม่จำเป็นต้องรบกวนผู้คน แต่บางทีในสายตาท่านกู้ คนรับใช้ย่อมเกิดมาเพื่อใช้งาน หามีคำว่ารบกวนไม่ ยังคงจัดห้องชาไว้ พร้อมคนประจำทั้งกลางวันกลางคืน
หลายวันนี้ยามกู้เจาทำงานต้องการดื่มชา หรือยายเฒ่าให้ต้มน้ำแกงหวานบำรุงกระเพาะให้จูชิงอวี๋ ล้วนออกมาจากห้องชา
ยามตีสองตีสาม เดิมเป็นเวลาผู้คนง่วงงุนที่สุด ประตูห้องชาเปิดกว้าง เด็กสาวที่ถูกกำหนดให้เฝ้าห้องชากำลังนั่งสัปหงกหน้าเตาชา
จูชิงอวี๋กลั้นหายใจ ระวังไม่ให้นางตื่น ย่องผ่านไปเงียบเชียบ
พ้นห้องชาไป ไม่มีใครเห็นอีก ทางเดินมีเพียงโคมไฟสลัวที่แกว่งไกวตามเรือเบาๆ จูชิงอวี๋ยกกระโปรง วิ่งทะยานในรัตติกาล ไปจนถึงห้องหนังสือ เปิดประตูเข้าไป
ในห้องหนังสือว่างเปล่า หีบที่ใส่กุญแจหลายใบยังอยู่บนชั้นหนังสือ รวมสี่ใบ แม้แต่ตำแหน่งก็ไม่เปลี่ยน เช่นเดียวกับครั้งสุดท้ายที่นางเห็น
