แม้ตัวจูชิงอวี๋จะรับไม่ได้กับเสี่ยวหลงเปาไส้บ๊วย แต่แท้จริงแล้วนี่เป็นอาหารชื่อดังของเจียงหนาน
และในยามที่มิใช่เวลาสำรับปกติเช่นนี้ ท่านกงกงฝูยังสามารถส่งอาหารประจำถิ่นที่มีกรรมวิธีซับซ้อนถึงเพียงนี้มาให้นางได้ ย่อมแสดงว่าเขาจงใจใช้ความคิดใคร่ครวญรสนิยมของนาง ทั้งยังแสดงว่าท่านกงกงฝูมีเส้นสายในห้องเครื่อง สามารถจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้
ในเมื่อกู้เจาทุ่มเงินไปแล้ว จูชิงอวี๋ก็ไม่คิดจะข่มเหงท้องตัวเองในสภาพแวดล้อมที่กดดันสูงเช่นนี้ งานที่อันตรายถึงเพียงนี้ อย่างน้อยก็ต้องกินข้าวให้อิ่ม
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ขณะที่กู้เจากำลังเก็บกล่องอาหารจะออกไป จูชิงอวี๋ก็เก็บอาการเกรงอกเกรงใจ กำชับกู้เจาว่า
"ท่านช่วยบอกท่านกงกงฝูแทนข้าหน่อยได้หรือไม่ เวลาจัดสำรับ อย่าเลือกกับข้าวรสหวาน อย่าเลือกของว่างรสเค็ม นอกนั้นได้หมด"
กู้เจายิ้มเอ่ย
"ขอแค่นี้เองหรือ อันที่จริงเรื่องนี้ต้องโทษข้า เมื่อครู่ข้าเพิ่งบอกท่านกงกงฝูว่าเจ้ามาจากเจียงหนาน ดังนั้นเขาจึงเข้าใจผิด คราวนี้ข้าจะบอกว่าเจ้ามาจากสู่จง ท่านกงกงฝูย่อมจัดการให้เอง"
จูชิงอวี๋รู้สึกว่าประหลาดเหลือเกิน จึงถามต่อ
"ข้าบอกท่านอย่างน้อยสามหรือสี่ครั้งแล้วกระมังว่าข้าเป็นคนสู่จง สู่จง สู่จง เหตุใดท่านยังไปบอกผู้อื่นว่าข้ามาจากเจียงหนานอีก ถ้อยคำที่ข้าพูด ท่านไม่เคยเชื่อเลยใช่หรือไม่"
รอยยิ้มของกู้เจาเจือทั้งการเย้ยตัวเองและเยาะหยัน
"ถ้อยคำที่เจ้าพูด จะให้เชื่อได้หรือ"
