การเกษียณจากวงการของเหวินฉี ย่อมเป็นเรื่องใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการบันเทิงอย่างไม่ต้องสงสัย
ท่ามกลางเสียงถอนใจที่มีทั้งดีใจและเสียดาย ซูลี่หว่านเอ่ยว่า “การตัดสินใจนี้ไม่ง่ายเลยนะ อย่าเห็นว่าตอนนี้เธอเป็นตัวท็อปของวงการ แต่สามปีมันนานมาก พอกลับเข้าวงการบันเทิงมาแล้วจะเป็นยังไงก็พูดยาก”
จ้าวหนิงตอบว่า “ถ้าไม่ทำลายของเดิม ก็ไม่มีทางสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาได้ ไม่มีอะไรไม่ดีหรอก”
ซูลี่หว่านเอ่ยว่า “น่าเสียดายจริง ๆ ถ้าเหวินฉีมีความคิดแบบนี้ตั้งแต่ตอนรับละครตำหนักลึก คะแนนของตำหนักลึกคงเพิ่มได้อย่างน้อยอีกหนึ่งคะแนน แต่ตอนนี้ก็ไม่ถึงกับดี ไม่ถึงกับแย่...”
แม้จะเป็นแค่นางรองสาม แต่จ้าวหนิงกลับพูดอย่างสบาย ๆ ว่า “ไม่มีอะไรน่าเสียดายหรอก ละครเรื่องหนึ่งจะกลายเป็นตำนานหรือไม่ ต้องดูทั้งจังหวะเวลา สถานที่ และผู้คน บางครั้งก็ขาดไปแค่นิดเดียว แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้”
“จริงสิ ฉันยังไม่ได้ถามเลย คลิปเหวินฉีในกองถ่ายน่ะ คุณเอามาจากไหน?”
“คุณเก่งที่สุดไม่ใช่เหรอ ลองทายดูสิ”
ไม่เพียงล้างมลทินที่ถูกสาดใส่จนหมดเกลี้ยง ยังคว้าโอกาสเข้าชิงรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมมาได้อีก จ้าวหนิงจึงอารมณ์ดีมาก เธอช่วยยกยออีกฝ่ายว่า “ว้าว หรือว่าผู้กำกับจะตกหลุมรักพี่ลี่หว่านจริง ๆ ถึงได้แอบส่งคลิปแบบนี้ให้คุณด้วย?”
“แค่ก ๆ ๆ...” ซูลี่หว่านทำท่าเหมือนสำลักเมื่อได้ยิน สีหน้าทั้งเหลือเชื่อทั้งชวนพิศวง “อารมณ์ขันแบบนี้...คุณเอาตัวรอดในวงการจนเป็นที่รักของคนอื่นได้ยังไงเนี่ย?”
