ยามพลบค่ำ กระบอกไม้ไผ่ลำเล็กเรียงรายเป็นระเบียบ ของเหลวภายในค่อยๆ แข็งตัว ส่วนสบู่ต้องพักไว้อีกสักพัก จึงเก็บเข้าไว้ในห้องเก็บของที่มีอากาศถ่ายเทก่อน
ใต้ร่มไม้ข้างโต๊ะหิน ม่อดึงไป๋เจ๋อเข้ามากอดไว้บนตัก ให้อีกฝ่ายนั่งบนขาตนเอง อกแนบชิดแผ่นหลัง คางซุกอยู่ในซอกคอ
สายลมยามเย็นพัดผ่านยอดไม้ ใบไม้เขียวไหวระรัว
ไป๋เจ๋อก้มหน้ามอง ดึงแขนของม่อที่โอบรอบเอวตนไว้ แล้วนวดข้อมือให้อย่างนุ่มนวล
“วันนี้เหนื่อยไหม”
แสงอาทิตย์อัสดงลากเงาของทั้งคู่ให้ยืดเป็นปลายแหลม ม่อเงยหน้าขึ้นคลอเคลียแก้มของไป๋เจ๋อเบาๆ
“ไม่เหนื่อย”
การถอดแบบเทียนไขต้องใช้มีดกรีดข้อไม้ไผ่ทีละนิดจนเป็นรอย แล้วออกแรงหัก เทียนทั้งเล่มก็จะหลุดออกมาสมบูรณ์
ไป๋เจ๋ออดใจไม่ไหวจุดมันทันที แสงเทียนสีส้มทองสะท้อนในรูม่านตาขยายกว้างเล็กน้อยของม่อ
“มหัศจรรย์ไหม”
“อืม”
ม่อยื่นนิ้วออกไปสัมผัส แต่ไป๋เจ๋อหัวเราะแล้วดึงมือไว้
“ใกล้เกินไปเดี๋ยวโดนลวกเอา”
มันหมูกระทะใหญ่ทำเทียนไขได้หลายสิบเล่ม ม่อเก็บใส่ตะกร้าอย่างทะนุถนอม
ไป๋เจ๋อตั้งใจทำอาหารเย็นเป็นปิ้งย่าง เลยให้ม่อไปชวนเหยียนกับพวก
แน่นอนว่ายังแอบมีแผนเล็กๆ น้อยๆ เพราะข้าวสาลีที่เพิ่งเบิกมาต้องบดเป็นแป้ง ส่วนม่อตอนบ่ายก็ทั้งตัดไม้ไผ่ทั้งยกหม้อเทเทียนไข แขนจึงควรได้พักบ้าง
ไป๋เจ๋อหั่นเนื้อแกะเต็มกะละมังใหญ่ ใส่น้ำมันหอยนางรม ต้นหอม ขิง ผงปรุงรส และผงยี่หร่า แล้วตอกไข่ลงไปอีกสองสามฟอง คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ครึ่งชั่วยาม
