เนื่องจากเมื่อคืน ไป๋เจ๋อพาม่อเปิดประตูสู่โลกใบใหม่ ฉะนั้นคืนนี้ ม่อรีบอาบน้ำล้างหน้าเสร็จ ก็ถอดเสื้อผ้าออกจนหมดตัว แล้วนอนลงบนเตียงด้วยความคาดหวังอย่างยิ่ง
ผลปรากฏว่าเจ้าลูกสองตัวที่อยู่ข้างห้องดันให้ไป๋เจ๋อเล่านิทานให้ฟัง
ไป๋เจ๋อรอให้เจว๋ยกับซีหลับสนิท แล้วอ้อยอิ่งอยู่อีกครู่หนึ่ง ก่อนจะแอบย่องกลับมาที่ถ้ำ พอเห็นก้อนนูน ๆ ใต้ผ้าห่ม เขาก็ถอนหายใจโล่งอก
มีบางเรื่อง จะใช้ความอ่อนเยาว์เป็นข้ออ้างทำหักโหมไม่ได้ ต้องรู้จักพอดีบ้าง
ไป๋เจ๋อค่อย ๆ ย่องขึ้นเตียง แต่พอยกผ้าห่มขึ้นมุมหนึ่ง ก็ถูกม่อคว้าเอวไว้ แล้วพลิกตัวกดลงใต้ร่างอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีทองคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความน้อยอกน้อยใจจ้องมองมาที่เขา
“นี่…นายยังไม่นอนอีกเหรอ” ไป๋เจ๋อหัวเราะแหย ๆ อย่างรู้สึกผิด
ม่อไม่พูดอะไร ได้แต่มองเขานิ่ง
ไป๋เจ๋อกระพริบตาปริบ ๆ พยายามพูดกลบเกลื่อน “เล่านิทานให้เจว๋ยกับซีฟังอยู่สักพัก ก็เลยเสียเวลาไปหน่อย”
ม่อก็ยังไม่ส่งเสียง
ไป๋เจ๋อเอื้อมมือไปโอบรอบแขนของอีกฝ่าย แล้วเงยหน้าขึ้นจูบที่ริมฝีปากเขา
เสียงของม่อทุ้มต่ำ “นายบอกเอง ว่าคืนนี้จะอยู่เป็นเพื่อนฉัน”
“ฉันก็มาแล้วไง” ไป๋เจ๋อเอาหน้าถูไถกับแก้มของม่อ
ม่อพูดต่อ “ฉันรอนานมาก”
“ขอโทษนะ” ไป๋เจ๋อลดตัวลงมาง้ออย่างดี แล้วจูบเขาอีกครั้ง
ม่อชิงความได้เปรียบทางศีลธรรมมาครองได้สำเร็จ จากนั้นก็ยกข้อเรียกร้องของตนขึ้น “กัดฉัน”
“…หา?” ไป๋เจ๋ออึ้งไป
