หิมะหยุดแล้ว ฟ้าก็พลันปลอดโปร่ง ดวงตะวันสีเหลืองนวลเด่นอยู่กลางกระหม่อม แต่อากาศยังคงหนาวเย็น สายลมหนาวปะทะใบหน้าจนแสบผิว
ฝ่าเท้าเหยียบลงบนหิมะหนานุ่ม เกิดเสียง “กร๊อบแกรบ” ม่อเดินผ่านถ้ำของเหยียน จึงเคาะประตู
เหยียนดูเหมือนเพิ่งลุกจากเตียง เสื้อผ้ายังใส่ไม่เรียบร้อย ปกเสื้อเปิดกว้างอย่างไม่สนใจ ยังเห็นรอยกัดลึกตื้นซ้อนกันอยู่บนไหล่รำไร
“ไปเถอะ” ม่อเบือนสายตา หันหลังเดินออกมา ลมหายใจที่พ่นออกมากลายเป็นหมอกขาวทันตา
“เฮ้ย วันนี้แต่งตัวหล่อนี่” เหยียนเดินตามไป เอื้อมมือลูบเสื้อคลุมของม่อ “ไป๋เจ๋อตัดเสื้อให้อีกแล้วเหรอ?”
ม่อเอ่ยตอบอย่างผิดวิสัย “ทำไว้นานแล้ว”
“เพิ่งยอมใส่เอาวันนี้เหรอ?”
“หนาดี”
“ถ้าชิงตัดเสื้อแบบนี้ให้ข้า ต่อให้เป็นฤดูฝน ข้าก็ต้องใส่ออกไปเดินอวดรอบเผ่าสักสองสามรอบ”
พูดถึงชิง เหยียนก็เริ่มหวนรำลึกถึงค่ำคืนที่ผ่านมา เมื่อไม่มีซีคั่นกลาง มือไม้ก็ปล่อยเต็มที่ ผ่านไปหลายยก รู้สึกโล่งโปร่งสบายตัว ความรู้สึกระหว่างคู่ก็ลึกซึ้งขึ้นไม่น้อย
เมื่อได้ลิ้มรสแล้วก็ยากจะถอนตัว เขาจึงยิ้มกริ่มเข้าไปใกล้ม่อ “สหาย ข้าใคร่ขอหารือสักเรื่อง ให้ซีพักที่เจ้าต่ออีกสักสองสามวันเถิด”
ม่อไม่แม้แต่หันหน้า “อืม”
“ตกลงง่ายจัง?” เหยียนค่อนข้างประหลาดใจ ต่อจากนั้นก็ซึ้งใจจนมิอาจหักห้าม “ขอบใจมาก”
หิมะที่สุมหนาไม่เบาเลย ดีที่พวกเขาขายาว ก้าวทีละก้าวด้วยความยากลำบาก พอจะเดินได้อยู่
