"เผลอแป๊บเดียวโตกันใหญ่แล้ว ตอนนั้นข้าเกือบอุ้มเจ้ากลับบ้านไปแล้ว..."
จู่ๆ ก็ได้พบพ่อแม่ของฝั่งนั้น ไป๋เจ๋อเองก็ค่อนข้างประหม่า ชั่วขณะไม่รู้จะพูดอะไรดี
ม่อยื่นมือประคองคู่ของตนให้ลุกขึ้น พลางเอ่ยเสียงนุ่มนวลว่า "นี่ท่านพ่อมนุษย์สัตว์กับท่านพ่อของข้า"
ไป๋เจ๋อจึงทักตามไปด้วยว่า "ท่านพ่อมนุษย์สัตว์ ท่านพ่อ"
เซียวหัวเราะร่าตอบรับ "โอ๊ะ โอ๊ะ!"
หลันพยักหน้าเปี่ยมแววตารักใคร่
ไม่ได้เจอกันนาน หลายคนที่เดิมทีคุ้นเคยก็ดูแปลกไปบ้าง แต่พอคุยไปสองสามประโยค ความทรงจำที่ห่างหายก็พรั่งพรูกลับมาอย่างรวดเร็ว
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเหยียนยังเป็นเพื่อนที่เล่นด้วยกันกับม่อมาตั้งแต่เล็ก และถูกเซียวพาไปเรียนคาบปฏิบัติอยู่บ่อยครั้ง ซื่อยิ่งหนักกว่า พอเป็นผู้ใหญ่ก็ติดตามเซียวออกล่าสัตว์ตลอด
ม่อคุกเข่าลงข้างหน้าเจว๋ย ถามว่า "ได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
เจว๋ยส่ายหน้า แล้วลูบคอตัวเอง
เจาประคองใบหน้าเจว๋ยขึ้น "มา อ้าปากกว้างๆ"
"ลองเปล่งเสียงดูหน่อย"
"อา——"
หลังตรวจดูพักหนึ่ง เขาก็ขยี้ผมหยิกบนศีรษะเจว๋ยเบาๆ พูดยิ้มๆ ว่า "ไม่มีอะไรมาก กลับไปกินยา เดี๋ยวสองสามวันก็หาย"
ซีถอนหายใจโล่งอก ใบหน้าเล็กที่ตึงเครียดมาคลายลงในที่สุด เขาโอบแขนเจว๋ยไว้ แล้ว "ตำหนิ" เสียงเบาว่า "ยังดีที่เจ้าไม่เป็นไร"
"คราวหน้าเป็นแบบนี้อีกไม่ได้แล้วนะ ไม่อย่างนั้นข้าจะโกรธจริงๆ"
"ข้าก็ปกป้องเจ้าได้นะ"
เจว๋ยจ้องมองผมหยิกน้อยที่ชุ่มเหงื่อของเขาอย่างจริงจังมาก แล้วก็พยักหน้า อ้าปากเปล่งเสียงลมหายใจแหบพร่าว่า "ขอโทษ"
