"ท่านพ่อ เมื่อคืนข้านอนดิ้นรึเปล่า?" เจว๋ยถามขึ้นด้วยสีหน้าลังเล แววตาฉายแวบผิดหวัง
"หืม?" ไป๋เจ๋อฉงน "ทำไมถึงถามเช่นนั้น?"
เจว๋ยลูบใต้ตาตัวเอง "ท่านพ่อ ตรงนี้ของท่านมันเขียวช้ำ"
"ข้าเป็นต้นเหตุให้ท่านนอนไม่หลับรึเปล่า?"
ไป๋เจ๋อโบกมือพลางยิ้ม "เปล่าเลย เจ้านอนเรียบร้อยจะตาย"
"ที่ข้านอนไม่ค่อยหลับเพราะเสียงฟ้าร้องทั้งคืนต่างหาก"
เจว๋ยถอนหายใจอย่างโล่งอก ชั่วครู่เมื่อครู่เขาถึงขั้นเตรียมใจจะกลับไปนอนกับท่านพ่อมนุษย์สัตว์เหมือนเดิมแล้ว
ทว่าลึกๆ ในใจก็อาลัยอาวรณ์อยู่ดี ท่านพ่อมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เนื้อตัวนุ่มนิ่ม ก่อนนอนบางครั้งยังเล่านิทานให้ฟัง แถมเป็นนิทานที่ลูกสัตว์เทียมอื่นไม่เคยได้ยิน
เมื่อรู้ว่าไม่ใช่ความผิดตน เจว๋ยก็เติมฟืนอย่างกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก
ไป๋เจ๋อไปหยิบเนื้ออสูรงุ่นง่านส่วนไม่ติดมันจากห้องเก็บมา หั่นเป็นชิ้นบางๆ แล้วใช้หินกรวดมนกลมเกลี้ยงรีดไปมา
ตั้งน้ำมันในหม้อให้ร้อน ใส่หอมป่า ขิงหั่นฝอย พริกหั่นท่อนลงไปผัดให้หอม แล้วใส่เห็ดต่างๆ ลงไปต้มพร้อมกัน
รอสักครู่ ใส่เนื้อบางๆ ลงไป สุดท้ายใส่ผักป่าต้มรวมกัน โรยเกลือพอเหมาะก่อนยกลง ซุปเนื้อเห็ดและผักป่าหอมกรุ่นร้อนฉ่าหม้อหนึ่งก็เสร็จสมบูรณ์
ในวันที่ฝนตกพรำชื้นแฉะและหนาวเหน็บ ซดสักถ้วย แค่นี้อารมณ์ก็ดีขึ้นไม่น้อย
การนอนตื่นสายของม่อก็แค่ยาวนานกว่าปกตินิดหน่อย ถ้าเป็นตามเวลาตื่นของไป๋เจ๋อแล้ว ป่านนี้อาจยังคงอยู่ในความฝัน
"ทำไมไม่นอนต่ออีกหน่อย?" ไป๋เจ๋อกลับด้านเนื้อย่างอสูรร้องมอบนแผ่นหิน เงยหน้าขึ้นมองม่อ
"ไม่ง่วงแล้ว" ม่อตอบพลางเดินเข้าไป จ้องมองใบหน้าไป๋เจ๋อ ถามว่า "นอนไม่ค่อยหลับรึ?"
