ไป๋เจ๋อนอนหลับไปจนถึงเที่ยงวันถึงได้ตื่น
ระหว่างนั้นเจว๋ยเดินเข้าไปหลายรอบ ทุกครั้งก็ยืนอยู่ข้างเตียง เอามือแตะหน้าผากท่านพ่อด้วยความเป็นห่วง บนใบหน้าขาวสะอาดมีท่าทางเคร่งขรึมเป็นพิเศษ
ไป๋เจ๋อลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงง พอเห็นว่าตัวเองมานอนบนเตียงของม่ออีกแล้ว ก็แทบจะร้องไห้ไม่ออก
นี่มันป่วยหนักแล้วหรือ ละเมอเดินก็มีระยะสุดท้ายด้วยหรือ
ทำไมถึงต้องมาจัดการม่อด้วยนะ เขาล่าสัตว์ตอนกลางวันก็เหนื่อยมากแล้ว ตอนกลางคืนยังต้องถูกรบกวนการนอนอีก
ก้มมองดู เสื้อผ้าบนตัวก็เรียบร้อยดี
ไป๋เจ๋อถอนหายใจ ความรู้สึกผิดในใจตอนนี้ถึงขีดสุดแล้ว
ตั้งแต่เขามาถึงโลกนี้ครั้งแรก ก็เอาจิตใจต่ำช้าไปวัดจิตใจที่สูงส่ง คอยระแวงป้องกับม่ออยู่ตลอด
แต่สุดท้าย ตัวเองกลับมานอนบนเตียงของอีกฝ่ายก่อน
ที่สำคัญคือม่อทนรับไว้เงียบ ๆ ทุกครั้ง ไม่พูดอะไรเลย
รู้สึกผิดเหลือเกิน...
ไป๋เจ๋อเปิดผ้าห่มเพื่อลุกจากเตียง แต่กลับชะงักไปครู่หนึ่ง อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าช่วงนี้ตัวเองกินพริกมากเกินไปหรือเปล่า
ดูท่าต้องกินอาหารรสจืดแล้ว ไม่อย่างนั้นโรคบางอย่างที่นี่คงรักษายาก
“ท่านพ่อ ท่านตื่นแล้ว!” เจว๋ยเฝ้าอยู่ข้างกองไฟตลอด พอได้ยินเสียงเปิดประตูก็รีบเดินเข้าไป
ไป๋เจ๋อมองดูแสงแดดนอกถ้ำ “เจว๋ย ตอนนี้เวลาเท่าไรแล้ว”
“เที่ยงแล้วขอรับ” เจว๋ยตักโจ๊กที่อุ่นในหม้อออกมา “ท่านพ่อ ท่านรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”
ไป๋เจ๋อส่ายหัว ค่อย ๆ นั่งลงบนม้านั่งหิน “ท่านพ่อมนุษย์สัตว์ของเจ้าล่ะ”
