มื้อเย็นนั้น ไป๋เจ๋อเพิ่งจะยื่นมือไปช่วย ทุกคนก็แย่งกันกดตัวเขาให้นั่งลง พร้อมกำชับห้ามขยับ ให้นั่งนิ่ง ๆ ข้างกองไฟ
การอยู่นานจนชินตาทำให้ฝีมือทำครัวของชิงกับพวกดีขึ้นเองเป็นธรรมดา อีกทั้งยังมีผงเครื่องหอมกับน้ำปรุงรสเสริมแรง ถ้าไปอยู่ในเผ่าอื่น คงได้ชื่อว่าเป็น "ราชาแห่งครัว" กันเลยทีเดียว
ตอนนั้นเผ่านกโกลด์ฟินช์มาขอแลกของ ซิงยกมะเขือเทศผัดไข่ออกมาจานหนึ่ง ทำเอาพวกเขาลุ่มหลงมัวเมา ยอมทุ่ม "ของมีค่า" แลกสอนวิธีทำ
สัตว์คิกคักยังคงเอามาตุ๋นน้ำซุป ช่วงสองวันนี้ไป๋เจ๋อไม่ได้สติ กินอะไรไม่ลง ล้วนเป็นม่อคอยป้อนซุปให้ทีละคำ
ตอนนี้ข้างนอกหิมะหนา พื้นดินแข็งเป็นน้ำแข็ง จะขุดดินมาก็ไม่สะดวก อสูรร้องก้าบพอดองเสร็จ ยัดเครื่องหอมใส่ท้อง แล้วเอาไปย่างบนไฟตรง ๆ เลย
ม่อบีบมือไป๋เจ๋อ ถามว่าอยากกินอะไร
"ต้มโจ๊กหน่อยได้ไหม" ไป๋เจ๋อกุมนิ้วมือของม่อไว้ "ใส่เจ้ามันหวานแดงลงไปด้วย"
"อืม" ม่อว่าแล้วก็หยิบข้าวสารออกมาจากห้องเก็บของครึ่งถ้วยเล็ก แล้วนั่งลงข้างไป๋เจ๋อ ก้มหน้าใช้มีดกระดูกปอกเปลือกมันหวาน
ซีช่วยเจว๋ยเรียงฟืนเสร็จ เด็กน้อยสองคนก็เล่นหมากห้าตัวเรียงกันบนพื้นข้าง ๆ ไป๋เจ๋อมองด้านข้างใบหน้าเจว๋ย ใจรู้สึกบีบรัด คล้ายจะร้องไห้
เจว๋ยเหมือนรับรู้ได้จึงหันมา เห็นท่านพ่อตาแดงเรื่อ เพิ่งจะอ้าปาก ไป๋เจ๋อก็ส่งยิ้มอ่อนโยน บอกให้เขาเล่นต่อ
ภายในถ้ำอบอุ่นชื่นใจ ทุกคนนั่งล้อมรอบโต๊ะหิน ม่อตักซุปหนึ่งถ้วยกับโจ๊กหนึ่งถ้วยวางตรงหน้าไป๋เจ๋อ
