หลังจากขนข้าวสาร 80 กระสอบของวันแรกเสร็จ ความเหนื่อยล้าของฉันก็พุ่งขึ้นไปอีกระดับ
ฉันนอนแผ่อยู่บนโซฟา พลางค้นอินเทอร์เน็ตว่าโดยปกติคนเราขนข้าวสารได้วันละกี่กระสอบ คำตอบคือ 200 กระสอบ
พอเห็นคำตอบจากไป่ตู้ ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองคงยังไม่ตายง่าย ๆ
อาการปวดเมื่อยตามร่างกายเหมือนจะทุเลาลงบ้างแล้ว
ไม่รู้ว่าเพราะเหนื่อยจนหมดสติหรือเพราะง่วงจัดกันแน่ แต่สุดท้ายฉันก็หลับยาวไปทันที
วันที่สองก็ผ่านไปอย่างฝันร้ายไม่ต่างจากวันแรก
เช้าวันที่ 22 พฤษภาคม พนักงานส่งพัสดุโทรจิกฉันจนสายแทบไหม้
ฉันมีพัสดุที่ต้องฝากคนไปรับแทนอยู่ตั้งมากมาย พนักงานส่งพัสดุบอกให้รีบเอากลับไป เพราะจุดรับพัสดุไม่มีที่วางแล้ว
แต่ฉันยังมีเสบียงอีก 40 กระสอบที่ยังขนไม่เสร็จ จึงอ้อนวอนเขาทั้งน้ำตา ขอผ่อนผันให้ฉันอีกวัน
ในที่สุดพนักงานหนุ่มก็ใจอ่อน เขาเพียงบอกให้ฉันไปแต่เช้าพรุ่งนี้
ตอนเที่ยง ฉันวางข้าวสารไว้บนพื้นหนึ่งกระสอบ แป้งสาลีอีกหนึ่งกระสอบ ส่วนเสบียงที่เหลือทั้งหมดขนลงไปเก็บในห้องใต้ดิน
ฉันใช้พลาสติกคลุมเสบียงทั้งหมด แล้วติดเทปกาวปิดด้านบน
วิธีนี้ช่วยให้เก็บเสบียงได้นานขึ้น ทั้งยังกันแมลงและความชื้น
ตอนบ่ายไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องรีบจัดการแล้ว
เดิมทีฉันไปเอาพัสดุได้ แต่สภาพร่างกายตอนนี้ ต่อให้ขนกลับมาได้ก็คงยกลงจากรถไม่ไหว เลยตัดสินใจปล่อยไปตามยถากรรม แล้วพักผ่อนทั้งบ่าย
พอลืมตาตื่นตอนเช้า ฉันก็ขับรถกระบะเล็กไปยังจุดรับพัสดุไช่เหนี่ยว