บุญสามชาติเล่าไม่หมด ฟ้าไม่เคยเอาเปรียบผู้ใจบุญ ชาวโลกจงช่วยกันสั่งสอน พิมพ์แจกคัมภีร์นี้ดาวมงคลก็จะมาเยือน
คนหนึ่งเล่าสู่สิบ สิบเล่าสู่ร้อย รู้แจ้งเหตุปัจจัยแล้วทำความดี ผู้คนเอื้ออาทรทุกครอบครัวเป็นสุข ประเพณีเปลี่ยนสู่ร่มเย็นตราบชั่วนิรันดร์
……
เมื่อเหลือเพียงข้อความปิดท้ายบนกระดาษแผ่นสุดท้าย ฟางชื่อกับพวกต่างอดถอนใจในใจไม่ได้
กิจกรรม "กวีนิพนธ์หัวเซี่ย" ตั้งแต่ต้นจนจบใช้เวลารวมสองชั่วโมงครึ่ง ถ่ายทอดสดให้ผู้คนชมตลอดทุกช่วงเวลา
ยอดผู้ชมเฉลี่ยเกิน 8 ล้านคน นำห่างกระชากเหนือกิจกรรมสายวัฒนธรรมกวีนิพนธ์ทุกรายการในประวัติศาสตร์หัวเซี่ย
ศึกครั้งนี้ของเสิ่นฉีพลิกกระแสวิจารณ์สาย "ปีศาจ" ของเขาให้กลับดีดขึ้นมาได้อีกครั้ง ภาพลักษณ์ของเสิ่นฉีกลับไปเป็นแบบสมัย "เมียสำคัญที่สุด" เหมือนเดิม
คำกลอนที่ฟ้าลูกฝนตกใส่ และบทกวีที่เมฆฝนสลายไป ก็ถูกผู้คนเล่าขานข้ามขั้นจากเหนือธรรมชาติ
การเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศกลับกลายเป็นความบังเอิญสุดปาฏิหาริย์ ที่สวมเสื้อคลุมคำว่า "เทพ" ให้เสิ่นฉี
วันเดียวกันนั้นเอง กิจกรรมของสมาคมกวีนิพนธ์หัวเซี่ยพุ่งขึ้นเทรนด์ฮิตทันที เสิ่นฉียึดครองอันดับหนึ่งซะอีก
ช่วงบ่าย เสิ่นฉีเข้าร่วมงานแสดงศิลปะวันเด็กที่โรงเรียนอนุบาลรุ่ยมู่เต๋อ
เพราะเสิ่นฉีไม่ได้ร่วมเตรียมการแสดง เขาจึงได้แต่นั่งในโซนผู้ปกครองในฐานะพ่อของเด็ก
ช่องถ่ายทอดสดของบัญชีทางการรุ่ยมู่เตอเอดูเคชัน ก็มีคนดูน้อยลงมากเพราะเสิ่นฉีไม่ใช่พระเอกของงาน
คนที่นั่งเคียงข้างเสิ่นฉีคือหวังเถี่ยจู่กับเหลียงปิน
โชว์ของเด็ก ๆ ไหลมาเรื่อย ๆ ทีละรายการ สะท้อนความไร้เดียงส่าของเหล่าผู้น้อยออกมาเต็มที่
