เมื่อเห็นหลี่จิ้นตั้งท่าจะกระโดดข้ามไปอีกครั้ง มอร์ริสันก็รวบรวมความกล้าวิ่งไปข้างนางพญาถลกหนัง แล้วรีบพูดรัวเร็วว่า:
“กัปตัน คนที่เหลืออยู่บนเรือหนวดดำเมื่อกี้ส่วนใหญ่เป็นพวกทำงานจิปาถะ พวกฝีมือดีน่าจะอยู่บนเรือลำเดียวกับขวานเหล็ก พวกนั้นไม่เหมือนกัน”
“ไม่เหมือนยังไง?”
“อุปกรณ์ดีกว่า แกร่งกว่า แล้วก็ไม่กลัวตาย ผมยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะดวลชนะพวกเพชฌฆาตนั่นได้”
หลี่จิ้นเหลือบมองมอร์ริสัน
พละกำลัง ความว่องไว และความแข็งแกร่งทางกายล้วนต่ำกว่า 20 ความว่องไวมีแค่ 14 แต้ม แถมยังสู้ผู้ช่วยกัปตันบางคนไม่ได้ด้วยซ้ำ
ไม่รู้ว่าเจ้าหมอนี่ใช้วิธีไหนถึงได้เป็นกัปตัน
ยิ่งมอร์ริสันชอบคุยโวด้วยแล้ว คำว่า ‘ยังไม่แน่ใจ’ จึงหมายถึงสู้พวกนั้นไม่ได้แน่นอน
แต่การรู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับศัตรูก็เป็นเรื่องดี
หลี่จิ้นกวาดตามองค่าความมีสติ ตัณหาใช้ไป 130 แต้ม เมื่อรวมโบนัสจากมัธยัสถ์รู้จักใช้กับผู้สังเกตการณ์อันดับหนึ่ง ชุดเกราะกระดูกก็ใช้ไปแค่ 90 แต้ม
หักค่าที่ใช้กับล่าเหยื่อด้วยพิษโลหิตไปอีกกว่าร้อยแต้มแล้ว ยังเหลือค่าความมีสติเกือบ 900 แต้ม ถือว่าเหลือเฟือ
หลี่จิ้นครุ่นคิด ก่อนจะหันไปที่ห้องเก็บสินค้า
ไม่นานนัก หลี่จิ้นซึ่งเตรียมตัวเสร็จแล้วก็กลับมาบนดาดฟ้าเรือ เขาตบตัวนางพญาถลกหนังเบา ๆ
“ไปกัน!”
นางพญาถลกหนังส่งเสียงขู่ แล้วกระโจนไปยังเรือโจรสลัดที่เสากระโดงหัก!
ตึง!
แรงกระแทกมหาศาลทำให้โจรสลัดบนดาดฟ้าเซถลาไปคนละทิศละทาง ก่อนพวกนั้นจะทันตั้งตัว นางพญาถลกหนังก็กระโจนขึ้นอีกครั้ง พุ่งตรงไปยังเรือโจรสลัดที่ขวานเหล็กอยู่!
แต่คราวนี้เรือสองลำอยู่ห่างกันถึงร้อยเมตร ขณะที่ระยะกระโดดสูงสุดของนางพญาถลกหนังมีเพียงราว 80 เมตร
ขวานเหล็กเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เมื่อเห็นนางพญาถลกหนังร่วงต่ำลงเรื่อย ๆ เขาก็คลายมือที่กำขวานยักษ์เล็กน้อย
พูดตามตรง แม้แต่เขาที่อยู่ข้างหนวดดำทุกวัน พอเห็นแมงมุมสีขาวซีดตัวมหึมากระโดดไปมาท่ามกลางกองเรือ ก็ยังอดรู้สึกขนลุกไม่ได้
