หลี่จิ้นใจดิ่งวูบ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เขาอยากมาเลยสักนิด
คอกเลี้ยงสัตว์เป็นแหล่งกำเนิดของมนุษย์หมู ย่อมต้องมีการคุ้มกันแน่นหนา
ถ้าตัวที่คลอดออกมาเป็นลูกหมูตัวเล็ก ๆ ก็คงยังพอว่า แต่ถ้าเกิดออกมาเป็นมนุษย์หมูร่างยักษ์กำยำล่ำสันเลยล่ะก็...
หลี่จิ้นเหลือบมองหน้าต่างสถานะของตัวเองโดยไม่รู้ตัว หลังอยู่ในกระบะรถมานานขนาดนี้ ค่าความมีสติของเขาเหลือเพียง 205 แต้ม
มนุษย์หมูหนังหนา เพื่อให้สังหารได้ในดาบเดียว หลี่จิ้นจำเป็นต้องใช้วิชาพัวพันจำนวนมากเพื่อสร้างกระสุนสีขาว ค่าความมีสติเท่านี้คงหมดเกลี้ยงในพริบตา
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีมลพิษจากป้อมหมูและร่างกายอ่อนแอของเขาอีก จะฝ่าวงล้อมออกไปได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เคร้ง! เคร้ง!
รถเข็นหยุดลง มนุษย์หมูกรรมกรส่งเสียงโหยหวนอย่างมึนเมาสองครั้ง
ตึง ตึง ตึง ตึง!
เสียงฝีเท้าหลายคู่เร่งรุดมาจากที่ไกล ๆ อย่างร้อนรน ก่อนหยุดอยู่ข้างรถเข็น
หลี่จิ้นสัมผัสได้ว่ามือหมูดำหลายมือแย่งกันสอดเข้ามาคุ้ยกองเนื้อ ถึงขั้นมีมือหนึ่งเกือบคลำโดนหัวของเขา
จากนั้นก็มีเสียงเคี้ยวชวนคลื่นไส้ดังขึ้น
ผ่านไปเพียงสองสามนาที มนุษย์หมูกรรมกรก็ส่งเสียงเรียก ฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป รถเข็นเริ่มเคลื่อนอีกครั้ง
ช่วงเวลาถัดมา รถเข็นเคลื่อนบ้างหยุดบ้างไม่ขาด นอกจากคอกเลี้ยงสัตว์แล้ว ยังแวะไปตามสถานที่ต่าง ๆ อีกหลายแห่ง
ห้องอนุบาล
ฟาร์มปศุสัตว์นมเนื้อ
บึงโคลนพักรักษาบาดแผล
สนามฝึก
แต่ละแห่งจอดเพียงสี่ห้านาทีเท่านั้น มนุษย์หมูที่มาหยิบก้อนเนื้อก็เคลื่อนไหวรวดเร็ว กินเสร็จก็ไป ฝีเท้าเร่งรีบอย่างยิ่ง
หลี่จิ้นค่อย ๆ ฝังตัวอยู่ใต้กองเนื้อ ในใจก็พอคาดเดาได้คร่าว ๆ
งานของมนุษย์หมูตัวนี้น่าจะเป็นการเอาอาหารไปส่งให้พวกกรรมกร พูดง่าย ๆ ก็คือคนเข็นรถเสบียง
ตราบใดที่เนื้อในรถเข็นยังไม่ถูกกินหมด เขาก็ยังปลอดภัยอยู่
ไม่เพียงเท่านั้น หลี่จิ้นยังเดินสำรวจไปทั่วป้อมหมูได้ หาที่เหมาะ ๆ แล้วค่อยหาทางลงจากรถ
บังเอิญเหลือเกิน หลังออกจากสนามฝึกได้ไม่นาน ข้อความแจ้งเตือนจากระบบที่เด้งขึ้นมาก็ทำให้เขาตื่นตัวทันที
