ความคิดในใจของเสิ่นซวงเยว่ถูกขัดจังหวะ นางเรียกสติกลับคืนก็ได้ยินองค์รัชทายาทตรัส
“เรื่องของสกุลเซี่ย เจ้าน่าจะรู้ดีที่สุด ในเมื่อวันนั้นเป็นการใส่ร้าย เหตุใดเจ้าจึงปกปิดเรื่องสินสอดแทนพวกเขา อีกอย่าง สมุดบัญชีเจ้าไม่เคยเห็นจริงหรือ?”
เสิ่นซวงเยว่ดูราวกับไม่คิดว่าองค์รัชทายาทจะถามนาง รู้สึกว่าคนทั้งท้องพระโรงมองมาที่นาง นางลังเลเพียงชั่วขณะก็คุกเข่าหมอบลง
“ทูลองค์รัชทายาท เรื่องสินสอดมิใช่ว่าหม่อมฉันตั้งใจปิดบัง”
“บ่าวเฒ่าต้องการปกป้องสตรีในจวน ใช้การเฆี่ยนโบยบีบบังคับให้หม่อมฉันรับชื่อเสียไป ครั้งที่หน่วยตรวจการนครหลวงเข้าจวนจับกุม หม่อมฉันบาดเจ็บสาหัส บ่าวเฒ่ายังใช้ชีวิตสาวใช้ข้างกายหม่อมฉันเป็นข้อต่อรอง หม่อมฉันจึงจำเป็นต้องรับเรื่องนี้”
เซี่ยหวยจือได้ยินก็เงยหน้าขึ้นมองเสิ่นซวงเยว่ที่อยู่ข้างกายทันที ต่อให้รู้อยู่แก่ใจว่าวันนี้ไม่อาจปิดบังเรื่องภายในจวนได้ เขาก็ไม่คิดว่านางจะพูดเรื่องนี้ออกมาตรง ๆ เช่นนี้ ไร้วี่แววจะกล่าวปกป้องแม้แต่น้อย แถมยังเล่าเรื่องที่พวกเขาใช้จินเชวี่ยมาบีบบังคับออกมาอีก
นางคิดจะทำอะไรกัน? นั่นมารดาของเขา เป็นแม่สามีของนางนะ!
เสิ่นซวงเยว่กลับทำเพียงไม่เห็นสายตาของเขา เรื่องของสกุลซุนปิดบังไม่ไหวอีกแล้ว หลังจากวันนี้คนทั้งเมืองก็จะรู้เช่นกัน ถ้ากู้ชื่อเสียงได้นางก็จะไม่หาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว
อีกอย่างผู้ที่นางจะปกป้องคือจวนชิ่งอันโป๋และคุณชายอี้ หาใช่ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยไม่
ก่อนหน้านี้นางคิดจะถอนรากถอนโคนนาง ตอนนี้ชื่อเสียงมัวหมองก็สมควรแล้ว
