คนที่มาถึงคือสวี่ฮุ่ยฟาง
เธออายุราวสี่สิบ แต่งตัวสวยเฉี่ยวเป็นพิเศษ ทั้งยังผิวขาวหน้าตาดีและรู้จักดูแลตัวเอง มองแวบแรกนึกว่าเป็นหญิงสาววัยยี่สิบปลาย ๆ
เธอถามเจี่ยงเสี่ยวเสี่ยวอย่างสุภาพ พอได้รับสัญญาณก็รีบจ้ำเข้าไปด้านใน
เมื่อเปิดม่านออก ก็เห็นลูกสาวคนโตนอนอยู่บนเตียงคนไข้จริง ๆ
“ในที่สุดก็เจอตัวสักที!”
สวี่ฮุ่ยฟางกระชากผ้าห่มออกจากตัวลูกสาว พลางตะโกนว่า “เรียกให้กลับบ้านก็ไม่ยอมกลับ ทีนี้เป็นไงล่ะ ก่อเรื่องใหญ่จนได้!”
เล็บยาวของเธอจิ้มลงบนขาที่บาดเจ็บของอันหราน จนอีกฝ่ายสูดปากด้วยความเจ็บปวด
“แม่ เบา ๆ หน่อยสิ ไม่เห็นหรือไงว่าขาฉันเจ็บอยู่?”
“เบา ๆ? จะให้เบายังไง?”
สวี่ฮุ่ยฟางตบขาที่บาดเจ็บของลูกสาวเต็มแรง แล้วด่าลั่นว่า “สมน้ำหน้า! นังเด็กอกตัญญู! กล้าบล็อกแม่ นี่แหละผลกรรมที่แกควรได้รับ!”
อันหรานเจ็บจนตัวงอทันที แล้วกดปุ่มเรียกพยาบาลอย่างแรง
เสียงเรียกดังขึ้น แต่สวี่ฮุ่ยฟางกลับไม่ใส่ใจ
เธอเดินเข้าไปคว้าแขนอันหราน ตั้งใจจะลากให้ลุกขึ้น “อย่ามาแกล้งตายต่อหน้าแม่! รีบลุกกลับบ้านเดี๋ยวนี้! น้องชายกับน้องสาวแกแทบจะไม่มีเงินเรียนอยู่แล้ว แกยังจะนอนโรงพยาบาลผลาญเงินอีกหรือไง?”
ความโกรธของอันหรานพุ่งขึ้นสมอง เธอสะบัดมือสวี่ฮุ่ยฟางออกทันที
สวี่ฮุ่ยฟางถูกสะบัดจนกระเด็นไปไกลอย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างล้มลงบนเตียงคนไข้ของเจี่ยงเสี่ยวเสี่ยว แขนฟาดเข้าที่หน้าผากเจี่ยงเสี่ยวเสี่ยวพอดี
“โอ๊ย!”
ทั้งสองร้องออกมาพร้อมกัน
เจี่ยงเสี่ยวเสี่ยวกุมหน้าผาก ส่วนสวี่ฮุ่ยฟางประคองนิ้วตัวเอง ใจเจ็บจนแทบขาด “เล็บแม่! เล็บแม่หักแล้ว...”
