เสียงคำรามกึกก้องดังขึ้น อสูรกายยักษ์พุ่งเข้ามา
อันหรานรีบถอยหลัง ก่อนวิ่งไปทางต้นหลิวใหญ่
ใครจะคิดว่าอสูรกายตัวนี้มีพลังพิเศษด้วย อากาศรอบตัวในรัศมีสิบกว่าเมตรพลันเกิดระลอกคลื่น กักคนทั้งสิบที่กำลังวิ่งอยู่ไว้ภายในพอดี
ชั่วพริบตา ทั้งสิบคนก็เหมือนตกอยู่ในแป้งเปียกเหนียวข้น เคลื่อนไหวได้อย่างเชื่องช้าและติดขัด
อันหรานเองก็ถูกสนามประหลาดนี้เหนี่ยวรั้งไว้ รู้สึกเหมือนของเหลวข้นหนืดห่อหุ้มร่างกาย ต่อให้ออกแรงสุดกำลังก็ยังขยับได้เพียงช้า ๆ ราวกับหอยทาก
แต่อสูรกายยักษ์กลับไม่ได้รับผลกระทบ เพียงสองวินาทีก็ไล่ทันคนทั้งสิบจากด้านหลัง พุ่งชนจนหลายคนกระเด็นไป
อันหรานโชคดีที่ไม่ได้อยู่ตรงจุดปะทะ
ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังถูกกระแสลมรุนแรงซัดลอยขึ้นไป หมุนคว้างกลางอากาศหลายตลบ ก่อนตกกระแทกพื้นห่างออกไปกว่าสิบเมตรอย่างแรง
อันหรานรู้สึกราวกับอวัยวะภายในเคลื่อนผิดตำแหน่ง ชั่วขณะหนึ่งถึงกับลุกไม่ขึ้น มีกลิ่นคาวหวานเอ่อขึ้นมาในปากและจมูก
ถ้าร่างกายของเธอไม่ได้แข็งแกร่งถึงระดับ 21 และไม่มีเป้ใบใหญ่บนหลังช่วยรับแรงกระแทก กระดูกสันหลังก็คงหัก อวัยวะภายในคงแหลกละเอียดไปแล้ว
แต่เรื่องยังไม่จบ อสูรกายยักษ์ไล่ตามไปกระทืบซ้ำเหล่าสมาชิกที่ถูกชนกระเด็น หลายคนกลายเป็นกองเนื้อเละในพริบตา
ภาพสยดสยองนั้นอันหรานเห็นเต็มตา ความหวาดกลัวรุนแรงทำให้สมองของเธอขาวโพลน
เธอกัดฟันฝืนความเจ็บปวดทั่วร่าง พลิกตัวคุกเข่าขึ้นมา แต่ยังไม่ทันลุกยืนก็เห็นอสูรกายยักษ์มุ่งหน้ามาทางนี้แล้ว
ห่างกันเพียงไม่กี่เมตร อีกแค่สองวินาที กีบยักษ์นั่นก็จะบดขยี้เธอให้กลายเป็นกองเนื้อเละ
