อันหรานพยักหน้า ทั้งสามรีบมุ่งหน้ากลับค่าย
เมื่อเข้าใกล้บริเวณค่าย ก็เห็นผู้มีพลังพิเศษกับทหารรับจ้างจำนวนมากซึ่งแต่งกายด้วยอุปกรณ์ครบครัน กำลังจัดการพวกแมลงและสัตว์กลายพันธุ์ที่คลุ้มคลั่ง
บางคนใช้ปืนพ่นไฟ บางคนปล่อยพลังธาตุไฟออกมาจากความว่างเปล่า
งูเพลิงเส้นแล้วเส้นเล่าพุ่งวูบวาบเต็มท้องฟ้า เผาผลาญฝูงแมลงและพืชกลายพันธุ์เป็นบริเวณกว้างไปพร้อมกัน
กลิ่นไหม้ฉุนของโปรตีนที่ถูกเผาลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
“นี่ เธอมีพลังพิเศษหรือเปล่า?” ซานชีใช้ศอกสะกิดอันหราน พลางมองผู้มีพลังพิเศษเหล่านั้นด้วยสายตาอิจฉา
อันหรานพยักหน้า “มี เป็นพลังพิเศษเก็บเกี่ยว”
ซานชีเบิกตากว้าง “เธอมีพลังพิเศษจริง ๆ เหรอ มิน่าถึงกล้าไปแดนรกร้างคนเดียว!”
อันหรานยิ้มเจื่อน “พลังของฉันไม่ได้ช่วยสู้เท่าไร เก็บเกี่ยวได้แค่พืชกลายพันธุ์นิดหน่อย”
“แค่นั้นก็เก่งมากแล้ว”
ซานชีถอนหายใจขณะเดิน “ถ้าฉันปลุกพลังพิเศษขึ้นมาได้บ้างก็คงดี ไม่ว่าจะเป็นพลังอะไรก็ช่าง ถึงตอนนั้นจะได้พาครอบครัวไปใช้ชีวิตในเมืองชั้นใน”
อันหรานยกเป้หนักอึ้งบนบ่าขึ้นเล็กน้อย แล้วมองซานชีอย่างสงสัย “เธอไม่มีพลังพิเศษเหรอ? ดูจากแรงแล้วเธอออกจะแข็งแรงนะ”
เมื่อครู่ยังลากเธอวิ่งพรวด ๆ ได้ ทั้งที่ในเป้ของเธอมีของหนักตั้งเกือบร้อยจิน
ซานชียิ้มแหะ ๆ “ลืมแล้วเหรอ? ฉันแรงเยอะมาตั้งแต่เกิด ไม่ใช่พลังพิเศษสักหน่อย”
จากนั้นก็ชี้ไปทางอวี๋กัง “ในทีมเรามีแค่พี่อวี๋ที่เป็นผู้มีพลังพิเศษ เป็นสายความเร็ว เพิ่งปลุกพลังได้ไม่ถึงสองเดือน”
อันหรานพยักหน้า แล้วมองอวี๋กังแวบหนึ่ง เขาสูงผอม เนื่องจากสวมหน้ากากกับหมวกนิรภัย จึงดูอายุไม่ออก
ทั้งสองคุยกันต่ออีกพักหนึ่ง อันหรานอดถามไม่ได้ “ซานชี ตอนนั้นทำไมจู่ ๆ เธอถึงลาออกจากโรงเรียนล่ะ?”
