อันหรานครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนหยิบมีดสั้นออกมาเฉือนเนื้อจิงโจ้กลายพันธุ์ชิ้นเล็ก ๆ
แต่รู้สึกว่าชิ้นเนื้อยังใหญ่ไป จึงหั่นให้มีขนาดเท่านิ้วมือ
จากนั้นห่อเนื้อเต๋าด้วยกระดาษแล้วใส่ลงในเป้
เธอท่องในใจว่า “เก็บ”
ชั่วพริบตาเดียว เป้ก็หายวับไป
พลังชีวิตและจิตใจของเธอไม่ได้ลดลงจริง ๆ ด้วย
อันหรานข่มความตื่นเต้นในใจ แล้วท่องคำว่าเอาออก
เป้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ฮ่า ๆ! ในที่สุดเธอก็หาช่องโหว่ในการเก็บสิ่งของเจอแล้ว!
แต่พอคิดอีกที ถ้าเนื้อเสียจนเหม็นหรือสุกแล้ว ยังจะใช้ได้อยู่ไหม?
ลองต้มเนื้อดูดีไหม?
ถ้าใช้ได้จริง เนื้อสุกก็น่าจะเก็บได้นานกว่าเนื้อดิบ
คิดได้แล้วก็ลงมือทำทันที
อันหรานหยิบถังแก๊สขนาดเล็กที่เพิ่งซื้อมาออกจากตะกร้าสาน แล้วเอาหม้อใบใหญ่ออกมา เช็ดคร่าว ๆ ก่อนล้างด้วยน้ำ จากนั้นก็เริ่มหั่นเนื้อใส่หม้อ
แน่นอนว่าเนื้อ 40 ชั่งไม่มีทางต้มหม้อเดียวหมด ต้องแบ่งเป็นหลายส่วน
เพื่อย่นขั้นตอนและประหยัดเวลา เธอแบ่งเนื้อจิงโจ้กลายพันธุ์ระดับ 3 ออกเป็น 3 ส่วน หั่นทั้งหมดเป็นเนื้อเต๋าชิ้นเล็ก ๆ แล้วเติมน้ำกับเกลือลงไปต้ม
ระหว่างรอเนื้อสุก เธอเดินไปที่หน้าต่างบานเล็ก ปิดไฟพลังงานแสงอาทิตย์ รูดม่านหนาหนักออก แล้วมองออกไปข้างนอกผ่านมุ้งลวดเหล็กถี่ ๆ
ภายนอกมืดสนิท มีเสียงสัตว์ป่าคำรามเป็นระยะ
ฟังดูเหมือนพวกมันกำลังกัดกัน หรือไม่ก็แย่งอาหารกัน
ยังดีที่ไม่มีพวกมันพุ่งชนกำแพงล้อมค่าย
แต่บนกำแพงมีแสงไฟวาบขึ้นเป็นระยะ พร้อมเสียงปืนประปราย น่าจะเป็นกองทหารรับจ้าง พวกเขากำลังปกป้องค่าย ไม่ให้สัตว์กลายพันธุ์ปีนข้ามกำแพงเข้ามา
สัตว์กลายพันธุ์บางชนิดปีนเก่งมาก เผลอแค่พริบตาเดียวก็พุ่งขึ้นไปบนกำแพงสูงได้แล้ว
เมื่อได้ยินเสียงคำรามกึกก้องหลายครั้ง ความหวาดกลัวก็ผุดขึ้นในใจอันหราน
