“แน่นอนว่าต้องเก็บไว้กินเอง”
ที่เธอไปขุดมันเทศก็เพื่อเก็บเสบียงไว้รับฤดูหนาวไม่ใช่หรือ ถ้าเอาไปขาย แล้วจะมีความหมายอะไรอีก?
จางเจ๋อพยักหน้า “เข้าใจแล้ว เดี๋ยวผมจะไปบอกหัวหน้า”
อันหรานนึกขึ้นได้อีกเรื่อง จึงถามว่า “หัวหน้าจาง แต่ละทีมแบ่งเสบียงกันยังไง สัดส่วนของหัวหน้าทีมกับสมาชิกเป็นเท่าไร?”
จางเจ๋อตอบ “ต้องดูจากผลงานของสมาชิก ถ้าทำคุณประโยชน์มาก ก็แบ่งกันคนละครึ่งระหว่างทีม หัวหน้าทีมได้ห้าส่วน สมาชิกทุกคนแบ่งกันอีกห้าส่วน แต่ถ้าไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ก็รับได้แค่เสบียงรายวัน ทีมเราแจกคูปองอาหาร ให้พวกเขาไปตักข้าวที่โรงอาหารกองพลเอง
แต่ก็ไม่มีกฎตายตัว ถึงตอนนั้นคุณตัดสินใจเองได้เลย”
อันหรานพยักหน้า บอกว่าตนเข้าใจแล้ว
หลังส่งจางเจ๋อกลับไป เธอก็ติดต่อซานชีกับหนิงเหมยและคนอื่น ๆ ผ่านเครื่องสื่อสาร เรียกให้ขึ้นมาประชุมบนชั้นบน
จุดประสงค์หลักของการประชุมคือเลือกหัวหน้าฝ่ายส่งกำลังบำรุงกับรองหัวหน้าทีม
เธอไม่อยากต้องมาคอยกังวลเรื่องทีมมากนัก แต่ทีมก็เป็นหลักพึ่งพิงของเธอ เป็นกำลังคนที่ช่วยจัดการทรัพย์สินให้ ดังนั้นจำเป็นต้องเลือกคนที่ไว้ใจได้
หนิงเหมยกับซานชีเคยช่วยชีวิตเธอทั้งคู่ เป็นคนที่เธอเชื่อใจได้
ทั้งสองคนยังเป็นผู้มีพลังพิเศษ เธออาจเลือกคนหนึ่งจากสองคนนี้ให้เป็นรองหัวหน้าทีมก็ได้
ส่วนงานส่งกำลังบำรุงให้ซ่งต้าซ่าวทำ เธอไม่มีพลังพิเศษ ไม่เหมาะกับการออกล่าสัตว์นอกฐาน
ไม่นาน ทุกคนก็มาถึงชั้นบน อันหรานจึงบอกความคิดของตนให้พวกเขาฟัง
สุดท้ายเลือกหนิงเหมยเป็นรองหัวหน้าทีม และให้ซ่งต้าซ่าวรับผิดชอบงานส่งกำลังบำรุง
